วันที่ 3 เมษายน 2025

“วรวัจน์”ขย่มต่อ! หวั่นตัด GSP กระทบส่งออกหมื่นล้าน

People Unity News : “วรวัจน์” ขย่มต่อ! หวั่นตัด GSP กระทบส่งออกหมื่นล้าน อึ้งก.พาณิชย์เผยเจรจาเหลวไร้มาตรการรับมือ

วันที่ 29 ต.ค.2562 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เปิดเผยว่า การประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะเป็นการพิจารณางบประมาณในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ต่อเนื่อง เพราะยังมีอีกจำนวน 11 หน่วยงานและ 1 รัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะกลุ่มงานการค้าต่างประเทศ ทั้งกรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น

ในที่ประชุมกรรมาธิการผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข้อมูลว่า หลังการรัฐประหารปี 2557 หลายประเทศเริ่มดำเนินการตัดสิทธิพิเศษทางภาษี หรือ GSP ไทย โดยปี 2558 สหภาพยุโรปหรือ EU มีการตัด GSP ไทย ต่อมาต้นปี 2562 ประเทศญี่ปุ่นก็ตัด GSPไทย และล่าสุดอเมริกาก็ตัด GSPไทย นอกจากนี้ที่ผ่านมามาตราการเจรจาของรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ในขณะที่มาตราการช่วยเหลือภาคเอกชน ยังไม่มีความชัดเจน มีแต่การออกมาขอให้ภาคเอกชนปรับตัวลดต้นทุน และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเอง และกระทรวงพาณิชย์คาดว่า ถึงแม้ถูกตัด GSP แต่ก็ไม่มีผลกระทบกับเกษตรกร

โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้ยืนยันในที่ประชุมกรรมาธิการงบประมาณ ว่า ปัญหาจีเอสพี จะทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบเพียง 1,800 ล้านบาท ไม่ใช่ 40,000 ล้านบาท อย่างที่มีการวิเคราะห์ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็มีมาตรการในการรับมือ แต่ไม่แจ้งรายละเอียดต่อกรรมาธิการ นั่นอาจหมายถึงไม่ได้มีแผนมาตราการแก้ไขเตรียมไว้ และบรรจุในงบประมาณปี 63 ทั้งที่เรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่ควรมีคำตอบให้กับประชาชน

นายวรวัจน์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมได้ท้วงติงไปยังกระทรวงพาณิชย์ ว่า จำนวนเงิน 1,800 ล้านบาทดังกล่าวที่กระทรวงพาณิชย์ชี้แจง อาจเป็นเพียงแค่ส่วนต่างทางภาษี ซึ่งหากจะคำนวณแบบนี้ คงไม่ถูกต้อง เพราะต้องรวมมูลค่าส่งออกในภาพรวมทั้งหมดไปด้วย ดังนั้นการดำเนินการของสหรัฐครั้งนี้อาจจะส่งผลเสียมากกว่าที่หน่วยงานรัฐคาดการณ์ ทั้งนี้คาดว่าผลกระทบจากการส่งออกสินค้าไทยอาจสูงถึงหลักหมื่นล้านบาท

การเมืองแห่งความหวัง! หนังสือขายดีอันดับหนึ่ง”ปิยบุตร”เขียน

People Unity : “การเมืองแห่งความหวัง” อันดับ 1 หนังสือขายดี – ร้าน “ก็องดิด” เตรียมจัดกิจกรรมพบปะ “ปิยบุตร” คุยหัวข้อ “หนังสือคือความหวัง”

วันที่ 25 ต.ค.2562 ร้านหนังสือก็องดิด( Candide Books) เผยแพร่เชิญชวนร่วมกิจกรรม “หนังสือคือความหวัง” โดยระบุว่า “คุยกันเรื่องหนังสือ การอ่าน และหนังสือเล่มใหม่ การเมืองแห่งความหวัง กับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นักการเมืองที่เปิดเผยทรัพย์สินว่ามีหนังสือในครอบครอง 2,500 เล่ม ชวนคุยโดยภาณุ ตรัยเวช นักเขียนผู้เป็นหนอนหนังสือตัวฉกาจ และเป็นเจ้าของเพจ Our History เรื่องเล่า เรา โลก”

ขณะเดียวกัน ได้เปิดเผยถึง 10 อันดับขายดีประจำวันที่ 15 – 21 ตุลาคม ที่ผ่านมาของร้าน ทั้งผ่านทางหน้าร้านและทางระบบออนไลน์ ออนไลน์ www.candidebooks.com ซึ่งปรากฏว่าหนังสือ “การเมืองแห่งความหวัง” ผลงานล่าสุดของนายปิยบุตรติดในลำดับที่ 1 หนังสือขายดี โดยเป็นหนังสือรวมบทสัมภาษณ์ทุกแง่มุมชีวิต การปราศรัยทั้งการเปิดตัวพรรค นโยบายต่างๆ การหาเสียง ตลอดจนการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ ส.ส.ที่มีบทบาทเด่นเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่อันดับ 2 และ 3 ได้แก่วรรณกรรมแปลจากญี่ปุ่น คือ “วันที่เหมาะกับขนมปัง ซุป และแมว”, “อันตัวข้าพเจ้านี้คือแมว” ตามลำดับ ส่วน “ลงเรือแป๊ะ” ผลงานของ วิษณุ เครืองาม ติดอยู่ในหนังสือขายดีลำดับที่ 4 ด้วย ทั้งนี้ กิจกรรมหนังสือคือความหวัง จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคมนี้ เวลา 17.00 -18.30 น. ที่ร้านหนังสือก็องดิด เดอะ แจมแฟคทอรี ( The Jam Factory) คลองสาน

“วราวุธ”ยันช้างป่าล้ม 11 ตัวไม่ใช่ 13 วอนโซเชียลหยุดแชร์ข้อมูลเท็จ

People Unity : “วราวุธ”ยันช้างป่าล้ม 11 ตัวไม่ใช่ 13 วอนโซเชียลหยุดแชร์ข้อมูลเท็จ จะยิ่งเหมือนซ้ำเติมและบั่นทอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอข้อมูลผ่านโซเชียลระบุพบซากช้างป่าตกเหวนรกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพิ่มอีก 2 ซาก รวมเป็นช้างป่าล้ม 13 ตัวนั้น ขอชี้แจงว่า ข้อมูลนั้นไม่เป็นความจริง ยืนยันว่ามีช้างล้มจากกรณีดังกล่าว 11 ตัว ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว

“การโพสต์หรือแชร์ข้อมูลข่าวช้างป่าตกเหว หากเป็นข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจะยิ่งเหมือนซ้ำเติมและบั่นทอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่กำลังทำงานอยู่ในพื้นที่ขณะนี้ เรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และช้างที่ตายมีเพียง 11 ตัวเท่านั้น ดังนั้น ผมขอร้องผู้ที่คิดจะโพสต์หรือแชร์ข่าวนี้ กรุณาใช้วิจารณญาณให้มากๆ และตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องด้วย อย่าใจร้อน” นายวราวุธ กล่าวและว่า

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กำลังเร่งทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย จึงขอวอนให้ทุกคนช่วยให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทุกคน

“จุรินทร์”ยันพาณิชย์หนุน SME ให้ทันสมัยเป็นรากฐานสังคม

People Unity : “จุรินทร์” สั่งจัดรับฟังความเห็นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบบัญชีเพื่อขยายอำนาจทีเอ ย้ำบริษัท CSR ที่ถูกต้องทำเพื่อสังคมมากกว่าบริษัทอื่น เน้นก.พาณิชย์ส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจ SME ให้ทันสมัยเป็นรากฐานสังคม

เมื่อเวลา 10.00 น.-11.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ของสมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย ณ รร.ริชมอนด์ ถนนรัตนาธิเบศ จ.นนทบุรี

นายจุรินทร์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญในการพัฒนาและผลักดันเศรษฐกิจการค้าของประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจ SME ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่งโดยปรับเปลี่ยนจากผู้ประกอบการ SME ดั้งเดิม (Tradition SME)ไปสู่ผู้ประกอบการที่เน้นนวัตกรรมในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น (Smart Enterprise ) ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจเกิดความตระหนัก และมีจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจในการจัดทำบัญชี และการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงลดต้นทุนการประกอบการ และเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันผมจึงมุ่งเน้นให้ความสำคัญในการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพธุรกิจ SME ของประเทศไทยให้สอดรับกับยุคดิจิตอลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่ง

การประกอบธุรกิจเพื่อสังคม CSR นั้นต้องแตกต่างจากธุรกิจ ปกติ แต่ต้องทำเพื่อสังคมเข้มข้นเป็นรูปธรรมกว่า เพราะได้รับสิทธิพิเศษมากกว่านิติบุคคลธรรมดาทั่วไป ดังนั้นต้องนำสิทธิพิเศษนั้นไปแลกกับการทำเพื่อสังคม ตอนนี้มีประกาศที่ลงนามไปทั้งหมด 4 ฉบับประกาศในราช 1.ประกาศเรื่องกำกับดูแลกิจการที่ดีลงนามเองเมื่อ 14 กย.2562 2.ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม เรื่องกำหนดรายการอื่นเพื่อสังคม 3.ประกาศเรื่องระยะเวลาดำเนินการแระกอบธุรกิจเพื้อสังคม 24 กย2562 4.ประกาศเรื่องเงื่อนไขการนำกำไรไปใช้เพื่อสังคมต้องเป็นไปตามเงื่อนไข พรบ.วิสาหกิจเพื่อสังคม มาตรา 5

นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องการจดทะเบียนออนไลน์ สามารถดำเนินการได้แล้ว เรื่องต่อมากรณีบริษัทจำกัดคนเดียวเป็นเรื่องตรากฎหมายอยู่ระหว่างกฤษฎีการอกลับมาครมและเข้่สภาฯต่อไป เช่นกันกับบริษัท 2 คนจำกัดและ 3 คนจำกัด อย่างไรก็ตามประเทศไทยก็ไปทีละขยัก ส่วนเรื่องการขอหนังสือรับรองหรือนำส่งงบการเงินด้วยระบบอิเลคทรอนิคสามารถดำเนินการได้แล้ว 10 ธนาคาร และนำส่งงบการเงินประจำปีทาวอิเลคทรอนิคได้ โดยเมื่อปี 2561 สามารคใช้ได้ถึง ร้อยละ 91 และขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กำลังพัฒนาเรื่องการยืนยันตัวตนผ่านทางออนไลน์

” ส่วนเรื่องขอเพิ่มอำนาจทีเอ ( Tax Auditor) หรือผู้ตรวจสอบบัญชี ให้สามารถตรวจสอบรับรองบัญชีมากกว่าเดิมนั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีนโยบายขณะนี้เพราะมีทั้งบวกและลบแต่สิ่งที่มีนโยบาย คือ ต้องให้ทุกฝ่ายต้องมีความเห็นสอดคล้องกันเสียก่อน ดังนั้นจึงควรจัดเวทีรับฟังความเห็นทุกสมาคม ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ตกผลึกว่าสุดท้ายควรเป็นอย่างไร เมื่อสรุปความเห็นแล้วจึงค่อยดำเนินการ ” นายจุรินทร์ กล่าว

ด้าน ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย นายกสมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทยว่า การประชุมใหญ่สามัญสมาชิกในวันนี้ถือเป็นการครบรอบ 12 ปี ของการก่อตั้งสมาคมซึ่งมีสมาชิกจำนวนมากกว่า 1600 ท่าน ประกอบด้วยผู้สอบบัญชีภาษีอากร นักบัญชีผู้ประกอบการ และกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรจาก 4 สมาคมซึ่งถือเป็นการรวมตัวกันเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและยกระดับวิชาชีพด้านบัญชี ซึ่งมีทั้งผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้สอบบัญชีภาษีอากร เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่ร่วมช่วยกันส่งเสริมผู้ประกอบธุรกิจ SME

“ธนกร”เย้ย อนค.ผิดฟอร์มถกงบฯปี63 หลัง”ธนาธร”ออกอาการร่อแร่

People Unity : “ธนกร”มั่นใจงบ63 ผ่านฉลุย ชี้รัฐบาลชี้แจงได้ชัดเจน ชม”บิ๊กตู่”ใจเย็น ชี้แจงได้ทุกรายละเอียด เย้ยอนค. อภิปรายผิดฟอร์ม หลัง”ธนาธร”ออกอาการร่อแร่

วันที่ 19 ต.ค.2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ว่า บรรยากาศการอภิปรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ฝ่ายรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจนถึงที่มาที่ไป ความจำเป็น ความเหมาะสม และความคุ้มค่าของการจัดทำงบประมาณ ขณะที่ฝ่ายค้านก็อภิปรายตามปกติ ไม่ได้เข้มข้นเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะพรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็คงทำการบ้านมาอย่างดี เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้วเห็นว่าการจัดทำงบประมาณเป็นประโยชน์กับประชาชนจึงไม่ได้คัดค้านอะไรมากมาย หรือดุเด็ดเผ็ดร้อนเอาเป็นเอาตายเหมือนในอดีต

นายธนกร กล่าวอีกว่า การอภิปรายครั้งนี้ต้องขอชื่นชมพล.อ.ประยุทธ์ที่ใจเย็น มีอารมณ์ขัน และสามารถชี้แจงฝ่ายค้านได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ตนเจอส.ส.ฝ่ายค้านบางคนก็ยังพูดชมท่านนายกฯ พร้อมทั้งบอกด้วยว่า งบประมาณปี63ประชาชนได้ประโยชน์ก็คงไม่มีเหตุผลที่จะไม่เห็นด้วย เพราะประชาชนรออยู่ ตนอยากให้บรรยากาศเป็นแบบนี้ เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายทำเพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาชน หากอะไรที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลก็ต้องร่วมมือกัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะนำข้อเสนอแนะต่างๆ มาปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการฯ อะไรที่ทำแล้วเกิดประโยชน์สูดสุดกับพี่น้องประชาชน รัฐบาลเดินหน้าดำเนินการแน่นอน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ขณะที่การอภิปรายของพรรคอนาคตใหม่นั้น เข้าใจได้ว่าส.ส.หลายท่านคงไม่มีกะจิตกะใจ เพราะหัวหน้าพรรคกำลังเหนื่อยหลายเรื่อง เหมือนคำพระที่ว่า กัมมุนาวัตติโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ซึ่งใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรมที่จะตามมา

“ธนาธร”ชูฮก”จีน”พัฒนาก้าวกระโดดเพราะมีเทคโนโลยี

People Unity : “ธนาธร” ขึ้นเวที ส.สื่อไทย-จีน ยกบทเรียน “จีน” พัฒนาก้าวกระโดดได้เพราะมีเทคโนโลยีของตัวเอง-กระจายอำนาจ- ตลาดภายในขนาดใหญ่ ชงพัฒนานโยบายอุตสาหกรรมอาเซียน​สร้างตลาดภายในภูมิภาค

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 28 ตุลาคม​ 2562 ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ นายธนาธร จึง​รุ่งเรือง​กิจ​ หัวหน้า​พรรค​อนาคต​ใหม่​ ร่วมวงเสวนา “เปิดมุมมอง​ ปรับความคิด​ ความร่วมมือ​ไทย-จีน” จัดขึ้นโดยสมาคมนักข่าวไทย-จีน ในโอกาสครบรอบ 70 ปีจีนใหม่ โดยผู้ร่วมวงเสวนาประกอบไปด้วยตัวแทน​จากภาคธุรกิจ​ นักกฎหมาย​ และภาคการเมือง ทั้งชาวไทยและชาวจีน โดยเริ่มต้น​ได้เล่าถึง​ประสบการณ์​การทำงานในภาคธุรกิจและการได้ไป​ลงทุน​ใน​ประเทศ​จีน​ นายธนาธร กล่าวว่า ตลอด​การทำงาน​ที่​ผ่าน​มา ตนได้​เดินทางไปจีน​มาแล้ว​มากกว่า 40 ครั้ง ครั้งแรกที่เดินทางไปเซ็นสัญญาทำธุรกิจ​คือปี 2006 แต่โชคร้ายเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ​เสียก่อน​จึงได้ชะลอ​ไป จนได้กลับไป​อีกครั้งในปี 2008 นับตั้งแต่ได้ไปลงทุนมาจนถึงวันนี้ บริษัทที่ตนเคยบริหารมีฐานการผลิตถึง 3 แห่ง ที่ซูโจว ฟุเจี้ยน และกวางตุ้ง ใน 3 โรงงานมีพนักงานคนไทยที่เป็นผู้บริหารโรงละ 3-5 คน ส่วนตนเองได้มีโอกาสไปปีละมาณ 4-5 ครั้ง รู้จัก​เจ้าหน้าที่ๆ ดูแล​มณฑล ลูกค้าบริษัทต่างชาติ มีพันธมิตรมากมาย เม็ดเงินลงทุนวันนี้น่าจะตกประมาณ 4 พันล้านบาท ลงทุนในสินค้าไฮเอนด์ บางตัวเป็นเทคโนโลยีที่เราไม่เคยใช้มาก่อน

นายธนาธร กล่าวต่ออีกว่า บริษัทในจีนเองมีการส่งเสริมธุรกิจจากประเทศไทยหลายอย่าง การผลิตสินค้าในจีนขึ้นชื่อในเรื่อง​ ถูก, เร็ว, ดี หลายผลิตภัณฑ์ในช่วงเศรษฐกิจดีเรานำเข้าสินค้าจากจีนกว่า 300 ล้านบาท บางสิ่งเราไม่มีเรานำเข้าจากจีน บางอย่างจีนไม่มีเราก็นำไปลงทุน ตนเห็นว่ายังมีโอกาสอีกมากที่บริษัทจีนจะมาสร้างเสริมความสัมพันกับบริษัทไทยให้ก้าวไกลได้ ทั้งนี้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีสิ่งที่เราควรเรียนรู้จากจีนอยู่​ 2-3 ข้อ​ ประเด็นแรก คือการก้าวข้ามจากประเทศกำลังพัฒนาหรือการก้าวพ้น​จากกับดัก​ประเทศ​รายได้​ปานกลางเป็นประเทศพัฒนาแล้ว สิ่งที่สำคัญมากคือ จะต้องมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ถ้าเรายังไม่สามารถสร้างเทคโนโลยีในประเทศไทย​ได้เอง เราจะไม่สามารถก้าวข้ามผ่านกับดักรายได้​ปานกลางได้เลย

“ประเด็นต่อมา คือ ปัจจัยความสำเร็จที่​คนไทยยังไม่ค่อยมองเห็น เรื่องกระจายอำนาจ​ แต่ละมณฑลของจีนสามารถบริหารจัดการตัวเองได้ สำนักงานใหญ่ของบริษัทต่างๆ ไม่ได้ถูกรวมศูนย์ที่ปักกิ่งอย่างเดียว หลายๆ บริษัท​ใหญ่​มีสำนักงาน​ใหญ่​อยู่​ที่ต่างจังหวัด ความเป็นอิสระของแต่ละมณฑลทำให้การพัฒนาไม่ถูกรวมศูนย์​ เกิดการกระจายรายได้กระจายงานไปสู่แต่ละมณฑล ถ้าเรามองย้อนไปยังรูปแบบการพัฒนาของจีน จะเห็นว่าในช่วง 20 ปีแรกการพัฒนาถูกเน้นหนักไปทางจังหวัดชายฝั่งภาค​ตะวันออกเสียส่วนใหญ่ แต่ระยะหลังก็เริ่มมีการพัฒนากระจายไปสู่ทางตะวันตกเป็นหลัก​ นี่คือสิ่งที่ตนอยากเห็น คือการพัฒนาเอางานเอาความมั่งคั่งไปยังต่างจังหวัดให้มากขึ้น” นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวว่า อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือบทเรียนสำหรับประเทศ​อาเซียน​ ส่วนหนึ่ง​ที่​จีน​สามารถ​เติบโต​ได้​ขนาดนี้ ก็เพราะจีนมีตลาดภายในที่ใหญ่มาก นโยบายอุตสาหกรรม​ของ​จีน​ก็สอดรับกับความ​ต้อง​การ​ เมื่อย้อนกลับ​มา​ดู​อาเซียน​ จะเห็นได้ว่าต่างคนต่างมีการผลิต​แข่งกันเอง ไม่เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าภายใน ซึ่งตนคิดว่าในอนาคตเราจำเป็นจะต้องมีนโยบายอุตสาหกรรมในระดับอาเซียน ต้องมีการค้าภายในอาเซียนที่เยอะขึ้น ซึ่งจะทำเช่นนั้นได้ การเมืองระดับประเทศและกฎหมายของแต่ละประเทศ​จะต้องไปด้วยกัน

นายธนาธร ทิ้งท้ายว่า ขณะที่ตนชื่นชมในความสำเร็จของ​จีน​ แต่ตนก็มีข้อที่ต้องวิจารณ์​ด้วย​เช่นกัน​ แน่นอนว่าในฐานะประเทศ ไม่ว่าจะจีน รัสเซีย อินเดีย​ อียู สหรัฐอเมริกา​ ฯลฯ​ เราต้องรักษาความสัมพันธ์​ที่ดีเอาไว้​ การที่จีนขึ้นมามีบทบาทนำเป็นเรื่อง​ที่น่ายินดี​ เราไม่สามารถเพิกเฉยกับจีนและอาเซียนได้ แต่เราจะไปฝากความหวังไว้กับเสาต้นใดต้นหนึ่งไม่ได้ ดังนั้นโลกทั้งโลกควรจะยินดีการเข้ามามีบทบาทของจีน แต่ก็มีสิ่งที่จีนควรจะพัฒนาปรับปรุง นั่นคือการเติบโตของจีนต้องควบคู่ไปกับการเป็นประเทศที่มีความรับผิดชอบด้วย เช่น นโยบายการอุดหนุน​สินค้าจีนให้ส่งออกได้อย่างเต็มที่ เรื่องนี้จีนเองก็ควรจะต้องค่อยๆ เปิดให้มีความโปร่งใส ไม่ควรอุดหนุนมากเกินไปจนทำให้ประเทศคู่​ค้า​เสียเปรียบ​ ไม่​ใช่ว่าจีน​ไปลงทุนในประเทศ​อื่นได้หมด แต่มีข้อจำกัดในการเปิดให้ประเทศอื่นเข้าไปลงทุน ต้องแฟร์ คือปฏิบัติ​ต่อ​ประเทศอื่นอย่างเท่าเทียมกันด้วย

“ช่อ”อัด”บิ๊กตู่” 5 ปีใช้งบฯดับไฟใต้ 8 หมื่นล้านเหลว

People Unity : “ช่อ”อัด”บิ๊กตู่” 5 ปีใช้งบฯดับไฟใต้ 8 หมื่นล้านเหลว สาเหตุอยู่ที่วิสัยทัศน์ผู้นำ ขณะที่ รมช.กห. ย้ำจัดสรรงบฯชายแดนช่วยสร้างสันติสุข

วันที่ 18 ต.ค.2562 น.ส.พรรณิการ์ วาณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายเรื่องงบประมาณด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม ว่า งบฯ ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งกว่า 16 ปีที่มีความขัดแย้งมากที่สุดในโลก มีคนเสียเสียชีวิตกว่า 4 พันราย บาดเจ็บนับหมื่นราย ตนดีใจที่นายกฯ ลุกขึ้นตอบเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ แต่ 5 ปีที่เป็นนายกฯ มาใช้งบฯ จัดการปัญหาภาคใต้ไปถึง 81,924 ล้านบาท เฉลี่ยประชาชนเสียภาษีให้กับการแก้ไขปัญหานี้วันละ 56 ล้านบาท แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้แก้ปัญหาไม่สำเร็จ เพราะติดที่วิสัยทัศน์ผู้นำ

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ งบฯ ที่ลงสู่จังหวัดชายแดนใต้ไม่ใช่แค่ 1 หมื่นกว่าล้านบาทที่อยู่ในแผนบูรณาการ รวมแผนพื้นฐานงบจังหวัด กลุ่มจังหวัด งบฯบุคลากร แผนยุทธศาสตร์ต่างๆ รวมแล้ว 36,561 ล้านบาท ปีนี้ลดลงไป 520 ล้านบาท ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นองค์กรสำคัญที่รัฐใช้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาชายแดนใต้ แต่มีอำนาจในการแทรกแซงการใช้งบฯ 36,561 ล้านบาท โดยเฉพาะงบจังหวัด ทั้งที่ในพื้นที่อื่น กอ.รมน.ไม่มีอำนาจในการแทรกแซง ซึ่งปี 2561 เบิกจ่ายงบฯ ของตัวเองได้แค่ 77 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหน่วยงานรัฐทั้งประเทศ

“ความรุนแรงภาคใต้ลดลงปีละ10เปอร์เซ็นต์ และนายกฯ บอกว่าที่ลดลงเพราะกลุ่มผู้ก่อการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการดำเนินการ เป็นการยกระดับปัญหาไปสู่เวทีนานาชาติจึงจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงน้อยลง เพื่อให้เกิดการยอมรับในนานาชาติ ฉะนั้นนี่จึงไม่ใช่ความสำเร็จของแผนบูรณาการของรัฐบาล ไม่ใช่ตัวชี้วัดอะไรได้ และตัวชี้วัดในเรื่องการพูดคุยสันติภาพก็ไม่มี พยายามเปิดอ่านก็ไม่มี ตัวชี้วัดดังกล่าวเคยเป็นตัวชี้วัดหนึ่งในการวัดความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ คือการพูดคุยสันติภาพมีความคืบหน้า แต่ตอนนี้ตัวชี้วัดนั้นไม่มีและไม่ได้รับการพูดถึงในแผน ไม่ทราบว่าความฝันที่จะสร้างสันติภาพชายแดนภาคใต้เป็นความฝันเดียวกับที่ประชาชนต้องการหรือไม่ หรือตกลงสันติภาพสร้างที่ปลายกระบอกปืน หรือสันติภาพสร้างบนการเคารพสิทธิมนุษยชน” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

“พงศกร”ชงสภาตัดงบมั่นคง 2.6 หมื่นล้านหนุนเศรษฐกิจแทน

พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณด้านความมั่นคง โดยเสนอให้ใช้งบประมาณน้อยลงแต่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่นการเพิ่มงบในสัดส่วนกองทัพอากาศ 2 ส่วน และกองทัพบกกับกองทัพเรือฝ่ายละ 1 ส่วน โดยชี้ถึงยุทธวิธีการรบสมัยใหม่ที่เน้นการโจมตีทางอากาศเป็นส่วนใหญ่ ต่างจากการรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ใช้กำลังภาคพื้นเป็นหลัก แต่การจัดสรรงบประมาณกลับเน้นไปที่กองทัพบก 2 ส่วน ส่วนกองทัพเรือและกองทัพอากาศได้ฝ่ายละ 1 ส่วน ทั้งที่ควรจะจัดสรรงบประมาณให้กับกองทัพอากาศมากที่สุด เพื่อประหยัดงบประมาณเกี่ยวกับกำลังพล

ทั้งนี้ พล.ท.พงศกร ขอให้คำนึงถึงการเพิ่มงบประมาณพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหารให้เพียงพอ เพื่อนำไปสู่การผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ได้ภายในประเทศ ลดภาระงบประมาณในการจัดซื้อจากต่างประเทศ รวมทั้งเสนอปรับลดงบประมาณด้านความมั่นคง 26,335 ล้านบาท เพื่อให้วางแผนการใช้งบประมาณด้วยการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ แล้วจึงสร้างความมั่นคงด้วยการกำหนดการพัฒนากองทัพให้ชัดเจน

รมช.กห.ย้ำจัดสรรงบฯชายแดนช่วยสร้างสันติสุข

ขณะที่พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึงการจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า งบประมาณรายจ่ายปี 2563 มีการจัดสรรงบประมาณ 7 กระทรวง 53 หน่วยงาน ตามแผนบูรณาการพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหา นำไปสู่การลดความรุนแรง สร้างชุมชนเข้มแข็ง และร่วมกันปกป้องสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งในแผนบูรณาการประกอบด้วยงานด้านความมั่นคง 5,500 ล้านบาท และงานด้านการพัฒนา 5,300 ล้านบาท โดยด้านความมั่นคง มีเป้าหมายเหตุรุนแรงลดลง ประชาชนและนานาชาติให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามความสำคัญของแผนบูรณาการ คือการพัฒนาให้สังคมทุกหมู่เหล่าอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

สธ.ปรับโฉมสมุนไพรไทยคุณภาพสู่ตลาดโลก

People Unity : กระทรวงสาธารณสุขส่งเสริมสมุนไพรไทยคุณภาพ สู่ตลาดโลกภายใต้แนวคิด “สมุนไพรไทย ตำรับไทย มรดกโลก” เพิ่มช่องทางการตลาด เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ พร้อมปรับโฉมรูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สปา บาล์ม และเครื่องดื่มชาสมุนไพร

วันที่ 25 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ที่คิงเพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์ จ.สมุทรปราการ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เยี่ยมชมนิทรรศการพร้อมรับฟังผลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในงานนิทรรศการแสดงสินค้า Thai Herbal Pavilion ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-27 ตุลาคม 2562 โดยมีอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเยี่ยมชม

นายแพทย์สุขุมกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน จัดทำโครงการนำสมุนไพรคุณภาพสู่ตลาดโลกภายใต้แนวคิด สมุนไพรไทย ตำรับไทย มรดกโลก (Thailand KISS The World) เพิ่มช่องทางการตลาด ส่งเสริมการขายและการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพให้เป็นที่รู้จัก ผ่านตลาดทั้งในและต่างประเทศ จัดอบรมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตามตลาดที่ได้รับการส่งเสริม อาทิ ตลาดนักท่องเที่ยว ตลาดร้านยา มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจกับบริษัทชั้นนำ ได้แก่ KING POWER และ CP EXTRA ซึ่งมีจำนวน 11 บริษัทที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้ประกอบการทั้งสิ้น 35 บริษัท จัดนิทรรศการแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการยอมรับในตลาดต่าง ๆ อาทิ เช่น การออกนิทรรศการ LANNA HERB 2019 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, การออกนิทรรศการงาน Thai Festival in Hanoi 2019 (Local Best, Global Taste) ร่วมกับสถานเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย และเพิ่มช่องทางการขายทั้ง Online และOffline อาทิ ร้านค้าปลอดภาษีอากรของ KING POWER, ร้านยา SEVEN EXTRA

นายแพทย์สุขุมกล่าวต่อว่า การจัดนิทรรศการแสดงสินค้า Thai Herbal Pavilion ในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากคิงเพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์ จังหวัดสมุทรปราการ เปิดพื้นที่นิทรรศการแสดงสินค้าให้กับเครือข่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพที่ได้รับรางวัล Prime Minister Herbal Awards (PMHA), Premium Products, Quality Thai Herbal Products (QTHP) ร่วมออกบูธกว่า 29 บริษัทจำหน่ายและแสดงสินค้า ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง เครื่องดื่มชาสมุนไพร กาแฟ ผลิตภัณฑ์สปา ยาสมุนไพร เป็นการเปิดตลาดในระดับสากล เน้นเจาะตลาดกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวประเทศจีนที่นิยมผลิตภัณฑ์สมุนไพรประเภทครีมไพลและบาล์มสูตรร้อน อาหารเสริมกระชายดำ และซื้อเป็นของฝากในโอกาสได้มาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่มีโอกาสเติบโตในตลาดประเทศจีน ได้แก่ น้ำมันสมุนไพรแก้อาการปวดเมื่อย ผลิตภัณฑ์ธุรกิจสปา ยาดม ยาอมสมุนไพร ยาหม่อง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้การผลิตสมุนไพรไทยตรงกับความต้องการของตลาด คาดว่าในปี 2562-2565 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวหรือ 7.8 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ สำหรับ 11 บริษัทที่ผ่านการคัดเลือก เป็นสินค้าประเภทเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สปา บาล์ม และเครื่องดื่มชาสมุนไพร ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบผลิตภัณฑ์ การบรรจุหีบห่อให้สวยงาม ดึงดูด น่าสนใจ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐานภายใต้เงื่อนไขของบริษัท KING POWER ต่อไป

“หม่อมเต่า”แจงยัน! ไทยคุ้มครองสิทธิแรงงาน ตามหลักมาตรฐานสากล

People Unity : “หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล”รมว.แรงงาน เผยกรณีสหรัฐฯตัดจีเอสพีไทย ยืนยันกระทรวงแรงงานและหน่วยงานเกี่ยวข้องบูรณาการคุ้มครองแรงงานยึดหลักสากลมาตลอด ทั้งการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดระดับความสำเร็จมากเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานโดยปรับสถานะเป็นเทียร์ 2 การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงและได้ปลดใบเหลืองไอยูยู

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2562 หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับ นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงานถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาจะตัดสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรสินค้า (จีเอสพี) ของไทยในอีก 6 เดือน โดยอ้างว่าประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาแรงงานให้เป็นไปตามหลักสากลได้นั้น ณ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดย รมว.แรงงาน ได้กล่าวถึงผลการดำเนินการคุ้มครองแรงงานของกระทรวงแรงงานเพื่อให้เป็นไปและสอดคล้องตามหลักมาตรฐานสากลว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการดูแลคุ้มครองแรงงานทุกคน เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์และความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคเท่าเทียมกัน โดยทุกภาคส่วนได้บูรณาการการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากผลการดำเนินงาน ทำให้ประเทศไทยอยู่ในระดับความสำเร็จมาก (Significant Advancement) ของสถานการณ์การขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ในปี 2560 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ยังได้ปรับสถานการณ์ปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทยจาก Tier 2 Watch List มาเป็นระดับ Tier 2 และสหภาพยุโรป หรืออียู ประกาศปลดใบเหลืองไอยูยู ในส่วนของการรับรองอนุสัญญาฯต่อไอแอลโอ กระทรวงแรงงานได้ให้สัตยาบันพิธีสารส่วนเสริมปี ค.ศ.2014 ส่วนเสริมอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ค.ศ.1930 และแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อบังคับใช้กฎหมาย การช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากแรงงานบังคับ และกำหนดบทลงโทษเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานหรือบริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งการยื่นจดทะเบียนให้สัตยาบันอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานภาคประมง ค.ศ.2007 ต่อไอแอลโอ เพื่อคุ้มครองแรงงานประมงให้ได้รับสิทธิด้านสุขภาพ ประกันสังคม และความปลอดภัยในการทำงาน โดยจะมีผลบังคับใช่ในวันที่ 18 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ขณะเดียวกันยังได้พิจารณาให้สัตยาบันอนุสัญญาฯ ฉบับที่ 87 และ 98 เกี่ยวกับการรวมตัวตั้งเป็นสหภาพแรงงานและเจรจาต่อรอง ซึ่งขณะนี้กำลังปรับปรุงกฎหมายเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและกฤษฎีกา รวมทั้งรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อให้การดูแลคุ้มครองแรงงานทุกคนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องตามหลักมาตรฐานสากลต่อไป

โฆษณา

ก.อุดมศึกษาฯลุยทำแผน”สมาร์ทฟาร์มเมอร์เครือข่ายม.ราชภัฏลำปาง-สสน.

People Unity : “องอาจ ปัญญาชาติรักษ์” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ ลุยทำแผน”สมาร์ทฟาร์มเมอร์เครือข่ายม.ราชภัฏลำปาง-สสน.

วันที่ 26 ต.ค.2562 นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ประชุมทำแผนปฏิบัติการกับกลุ่มเครือข่ายมหาวิทยาลัยในจังหวัดลำปาง และสถาบันสารสนเทศและทรัพยากรน้ำ (สสน.) เพื่อพัฒนา “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายองอาจ กล่าวว่า จากที่ รมว กระทรวง อว. มีนโยบายการพัฒนา “สมาร์ทฟาร์มเมอร์” วันนี้ได้มีโอกาสขึ้นรูปแผนการพัฒนาเกษตรกรไปสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์ ทั้งในส่วนของพืชสัตว์เศรษฐกิจยุคปัจจุบัน และยุคใหม่ เช่น ไผ่ กัญชง ซึ่งนอกจากการขยายผลจากของเดิม ยังจะต้องมีแผนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร การรับรองคุณภาพ การวิจัยความรู้ก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว การศึกษาตลาดในรูปแบบต่างๆ การขนส่งผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการที่ครบทั้งห่วงโซ่และจะต้องเตรียมแผนการพัฒนาเกษตรกรต่อไป

“รมว. กระทรวง อว. ได้ตั้งงบประมาณสำหรับการพัฒนา Smart Farmer ไว้ 500 ล้านบาท ในปี 2563 ซึ่งแนวทางคือ ให้ทุกภาคส่วนของกระทรวงที่มีทั้ง สถานบันวิจัยต่างๆ เช่น สวทช วว วศ รวมผลังกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ พัฒนากลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย โดยตั้งเป้าอย่างเป็นรูปธรรมที่ 500 กลุ่มภายใน 6 เดือน และเพิ่มรายได้จากการพัฒนาการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า อย่างใน 20% รวมทั้งจะดึงเอาพลังและองค์ความรู้ของนักศึกษาลงไปช่วยแก้ไขปัญหาทางการ เกษตรในพื้นที่จริงอีกด้วย”

Verified by ExactMetrics