วันที่ 3 เมษายน 2025

ธอส.จัดเต็มช่วยเหลือ ปชช. ในงาน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน ครั้งที่ 1”

People Unity News : 3 พฤศจิกายน 2565 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ร่วมงาน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ” พบกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากมาย นำโดย 3 มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธนาคาร ได้แก่ มาตรการ 22 [M22] : สำหรับลูกค้ารายย่อยสถานะ NPL หรือ ลูกค้ารายย่อยสถานะ NPL ที่อยู่ระหว่างการใช้มาตรการ/ปรับโครงสร้างหนี้ที่กู้เงินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ให้ผ่อนชำระเงินงวดต่ำพร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษระยะเวลา 2 ปี เดือนที่ 1-10 ผ่อนชำระเพียงงวดละ 1,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ต่อปี (ตัดชำระเงินต้นทั้งหมด) สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำปีแรก 2.75% ต่อปี สลากออมทรัพย์ ธอส. ลุ้นรางวัลสูงสุดถึง 2 ล้านบาท และบ้านมือสองคุณภาพดีกว่า 1,000 รายการ ราคาขายต่ำสุดเพียง 45,000 บาท พร้อมรับสิทธิ์ผ่อนดาวน์ 0% นานสูงสุดถึง 36 เดือน ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2565 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 5 เมืองทองธานี

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน ให้สามารถไกล่เกลี่ยหนี้กับสถาบันการเงินเพื่อให้กลับมาชำระหนี้ได้ตามความสามารถ รวมถึงให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูธุรกิจหลัง COVID-19 และเปลี่ยนหนี้นอกระบบเป็นหนี้ในระบบ ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน พร้อมให้คำปรึกษาทางการเงินแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป จึงได้นำผลิตภัณฑ์ทางการเงินของธนาคารเข้าร่วมงาน “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ” ที่จัดโดยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ

โดยภายในงานจะได้พบกับมาตรการช่วยเหลือลูกค้าประชาชน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่พิเศษสุดๆ ในงานนี้เท่านั้น ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

1.มาตรการช่วยเหลือลูกค้าในปัจจุบันของธนาคารผ่าน 3 มาตรการ ได้แก่ 1.มาตรการ 22 [M22] : สำหรับลูกค้ารายย่อยสถานะ NPL หรือ ลูกค้ารายย่อยสถานะ NPL ที่อยู่ระหว่างการใช้มาตรการ/ปรับโครงสร้างหนี้ ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ให้ผ่อนชำระเงินงวดต่ำพร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ ระยะเวลา 2 ปี แบ่งเป็น ในเดือนที่ 1-10 ผ่อนชำระเพียงงวดละ 1,000 บาท คิดดอกเบี้ยเท่ากับ 0% ต่อปี (ตัดชำระเงินต้นทั้งหมด) ซึ่งถือเป็นการยกเว้นการคิดอัตราดอกเบี้ยนานที่สุดเท่าที่ธนาคารเคยออกมาตรการมา ขณะที่เดือนที่ 11-18 คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี และเดือนที่ 19-21 คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย 3.90% ต่อปี เดือนที่ 22-24 คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% ต่อปี ทั้งนี้ หากลูกค้าชำระเกินที่ธนาคารกำหนดจะนำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระของลูกค้า(ถ้ามี) 2.มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ : คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย 3.90% ต่อปี นาน 6 เดือน จากนั้นให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยเดิมที่เคยใช้อยู่ และ 3.มาตรการ 17 [M17] : สำหรับลูกค้ารายย่อยสถานะ NPL หรือ ลูกค้ารายย่อยสถานะ NPL ที่อยู่ระหว่างการใช้มาตรการ/ปรับโครงสร้างหนี้ ให้ผ่อนชำระเงินงวดต่ำพร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ ระยะเวลา 1 ปี แบ่งเป็น เดือนที่ 1-3 ผ่อนชำระเพียงงวดละ 1,000 บาท คิดดอกเบี้ยเท่ากับ 0% ต่อปี (ตัดชำระเงินต้นทั้งหมด) เดือนที่ 4-6 คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี และเดือนที่ 7-12 คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย 3.90% ต่อปี ทั้งนี้ หากลูกค้าชำระเกินที่ธนาคารกำหนดจะนำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระของลูกค้า(ถ้ามี) ซึ่ง ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2565 มีลูกค้าลงทะเบียนยื่นความประสงค์เข้ามาตรการของ ธอส. ผ่านระบบของ ธปท. จำนวน 4,466 ราย เงินต้นคงเหลือ 6,421 ล้านบาท

2.สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำ ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย MRR-3.40% (เท่ากับ 2.75%) ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.90% (เท่ากับ 3.25%) ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.40% (เท่ากับ 3.75%) ต่อปี เฉลี่ย 3 ปีแรกเพียง 3.25% (อัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารปัจจุบันเท่ากับ 6.150% ต่อปี) ปีที่ 4-5 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.15% (เท่ากับ 4%) ต่อปี ปีที่ 6-7 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.50% (เท่ากับ 4.65%) ต่อปี ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 40 ปี กรณีวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นปีแรกเพียง 3,800 บาท/เดือนเท่านั้น โดยให้กู้เพื่อรีไฟแนนซ์บ้านหรือห้องชุด(คอนโดมิเนียม)จากสถาบันการเงินอื่น หรือรีไฟแนนซ์ที่ดินเปล่าจากสถาบันการเงินอื่นพร้อมปลูกสร้าง หรือรีไฟแนนซ์บ้านจากสถาบันการเงินอื่นและปลูกสร้างหรือต่อเติม ขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร หรือกู้เพื่อต่อเติม ขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย ชำระหนี้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย และเพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ พิเศษ!! ธนาคารผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ ณ วันยื่นกู้ลูกค้ามีสถานะบัญชีปกติ ไม่มีหนี้ค้าง ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยื่นคำขอกู้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 – 28 กุมภาพันธ์ 2566 และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 เมษายน 2566

3.สลากออมทรัพย์ ธอส. ให้ผลตอบแทนดี โอกาสถูกรางวัลสูง นำโดย ชุดขาลเพิ่มพูน หน่วยละ 1,000 บาท ผลตอบแทนหน้าสลาก 0.30% ต่อปี และบวกผลตอบแทนผันแปรตามคุณภาพสินเชื่อโครงการ 0.70% ต่อปี รวมรับผลตอบแทนสูงสุด 1% ต่อปี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด) พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่ารางวัลละ 2 ล้านบาท และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ชุดเกล็ดดาว พลัส หน่วยละ 5,000 บาทผลตอบแทนหน้าสลาก 0.65% ต่อปี และโอกาสลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมรางวัลเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว และรางวัลเลขสลับเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว และชุดต่อเงิน ต่อทอง หน่วยละ 10,000 บาท ผลตอบแทนหน้าสลาก 0.50% ต่อปี พร้อมโอกาสลุ้นรางวัลที่ 1 เป็นสลากชุดต่อเงิน ต่อทอง มูลค่า 1 ล้านบาท และรางวัลเลขท้าย 1 ตัว จองสิทธิ์ภายในงานและซื้อสลากระหว่างวันที่ 4-13 พฤศจิกายน 2565 ณ สาขาในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ พิเศษ!! รับฟรีกระเป๋าพับอเนกประสงค์ 1 ราย ต่อ 1 ใบ สำหรับผู้ที่จองสิทธิ์ซื้อสลากทั้ง 3 ชุด ตามระยะเวลาที่กำหนด

4.บ้านมือสอง ธอส. คุณภาพดี ทำเลเด่น จากทั่วประเทศมากกว่า 1,000 รายการ จำหน่ายพร้อมส่วนลดสูงสุด 50% จากราคาประเมินปัจจุบัน  และสามารถผ่อนดาวน์  0% ระยะเวลานานถึง 36 เดือนทุกรายการทรัพย์ โดยในงานนี้มีรายการทรัพย์ราคาขายต่ำสุดเพียง 45,000 บาท ได้แก่ ทรัพย์ประเภทห้องชุด ชั้นที่ 5 จาก 5 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 24.50 ตารางเมตร ในโครงการกำนันกำธรคอนโด อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ จองซื้อทรัพย์ภายในงาน วางเงินประกันการซื้อทรัพย์และทำสัญญามัดจำการซื้อภายในงานเพียงรายการละ 1,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด) พิเศษ!! ต่อที่ 1 รับฟรีกระเป๋าพับอเนกประสงค์ 1 รายการทรัพย์ ต่อ 1 ใบ สำหรับลูกค้าที่จองซื้อบ้านมือสอง ธอส. ภายในงาน และ ต่อที่ 2 รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 1,000 บาท 1 รายการทรัพย์ ต่อ 1 ใบ สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายภายในระยะเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ งานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้ มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2565 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 5 เมืองทองธานี โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านระบบของธนาคารแห่งประเทศไทยได้ที่ https://ln15.gsb.or.th/WEB-DEBT/ เพื่อแจ้งความประสงค์มาติดต่อขอแก้ไขหนี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ ได้ตลอดงานทั้ง 3 วัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL , Mobile Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th

Advertisement

 

“ลุงตู่” มอบที่ดินทำกินแก่ประชาชนยากไร้ชาว จ.สระแก้ว 3,342 ไร่ 303 ราย

People unity news online : วันนี้ (28 สิงหาคม 2560) เวลา 14.30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ให้สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินในจังหวัดสระแก้ว ตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ณ หมู่ที่ 4 ตำบลหนองม่วง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยมีคณะรัฐมนตรี เลขาธิการ ส.ป.ก.  ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ตลอดจนข้าราชการ และประชาชนมารอให้การต้อนรับ

นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (เลขาธิการ ส.ป.ก.) กล่าวรายงานว่า สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้จัดหาพื้นที่รองรับการดำเนินงานตามนโยบายแก้ปัญหาบุกรุกพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย โดยจัดหาพื้นที่เพื่อนำมาจัดให้เกษตรกรตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยจัดทำในรูปแบบสหกรณ์หรือสถาบันเกษตรกร ไม่มีสิทธิ์ชื้อขาย  ซึ่งพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้วได้ดำเนินการยึดคืนพื้นที่แล้ว จำนวน 10 แปลง เนื้อที่กว่า 3,342 ไร่  มีเกษตรกรผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินและเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานโครงการของรัฐ มาขอขึ้นทะเบียนทั้งหมดกว่า 14,000 ราย และในพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อำเภอโคกสูง อำเภอวัฒนานคร อำเภออรัญประเทศ และอำเภอวังน้ำเย็น มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนไว้ทั้งหมด 8,156 ราย และผ่านการคัดเลือกจาก คทช. จังหวัดสระแก้ว จำนวน 303 ราย ส่วนที่เหลือให้ขึ้นบัญชีไว้พิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ จังหวัดสระแก้วมีการจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นแล้ว จำนวน 4 สหกรณ์ ดังนี้ 1. สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภอโคกสูง (คทช.) จำกัด  2. สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภออรัญประเทศ (คทช.) จำกัด  3. สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภอวัฒนานคร (คทช.) จำกัด 4. สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเย็น (คทช.) จำกัด จัดสรรให้เกษตรกรรายละ 5 + 1 ไร่ คือ แปลงที่อยู่อาศัย 1 ไร่ แปลงเกษตรกรรม 5 ไร่ และมีพื้นที่ส่วนกลางให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีได้รับชมวีดีทัศน์ของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมมอบสัญญาเช่าที่ดินสำหรับสถาบันเกษตรกรให้แก่ประธานสหกรณ์ จำนวน 4 สหกรณ์ พร้อมมอบบ้านจำลองและปัจจัยการผลิตแก่ผู้แทนสมาชิกสหกรณ์อำเภอโคกสูง จำกัด จำนวน 7 ราย ได้แก่ มอบบ้านจำลองโดยสถาบันพัฒนาโครงการชุมชน มอบป้ายโครงการประชารัฐโดยกรมปศุสัตว์  มอบป้ายอาคารเอนกประสงค์ให้สหกรณ์ปฏิรูปที่ดินอำเภอโคกสูง จำกัด จำนวน 1 แห่ง โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์  มอบต้นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองโดยกรมส่งเสริมการเกษตร มอบท่อนพันธ์หม่อนโดยกรมหม่อนไหม  มอบเมล็ดพันธุ์ปอเทืองโดยกรมพัฒนาที่ดิน และมอบพันธุ์กบโดยกรมประมง เป็นต้นนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาพบปะกับประชาชนชาวจังหวัดสระแก้ว และขอแสดงความยินดีกับสมาชิกสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินทั้ง  4 สหกรณ์ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินให้ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินและไม่มีที่อยู่อาศัยในจังหวัดตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการจัดสรรที่ดินครั้งนี้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมให้มีที่ดินทำกิน ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการหามาตรการเพื่อดูแลและสนับสนุนพี่น้องประชาชนอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนด้านความเป็นอยู่ และรายได้ของประชาชน

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เพิ่มช่องทางการตลาดสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และยกระดับรายได้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน อีกทั้งต้องพัฒนาเป็นชุมชนที่พึ่งตนเองให้ได้ นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ผ่านการทำเกษตรอินทรีย์ การลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดการใช้ยาฆ่าแมลง เป็นพืชที่เป็นออร์แกนิค ที่ปลอดภัย ก็จะช่วยทั้งในเรื่องลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และให้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร  โดยนำงานวิจัยด้านเทคโนโลยีจากบัญชีนวัตกรรมไทยมาใช้เพื่อให้ได้สินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดโลก  นอกจากนี้จังหวัดสระแก้วมีศักยภาพและโอกาส ในการพัฒนาเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่เน้นกิจกรรมการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตร การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ช่องทางการค้าไทย-กัมพูชาที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศ

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงประเทศโคลัมเบียที่น้อมนำศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยคณะผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลโคลัมเบียได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการพัฒนาทางเลือกที่โครงการพัฒนาดอยตุงและโครงการปลูกป่าสร้างคน รักษาต้นน้ำ บรรเทาอุทกภัย จ.เชียงราย ซึ่งสนับสนุนการนำศาสตร์พระราชาไปใช้ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ปลูกพืชเสพติดอีกด้วย

ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมบ้านต้นแบบที่อยู่อาศัย เปิดปุ่มสวิตช์เพื่อสูบน้ำบาดาลและเยี่ยมชมโคในพื้นที่แปลงรวมก่อนเดินทางกลับ

People unity news online : post 28 สิงหาคม 2560 เวลา 22.00 น.

“ส้มควายภูเก็ต” ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI แล้ว

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 10 พฤษภาคม 2567 อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าขึ้นทะเบียน “ส้มควายภูเก็ต” สินค้า GI รายการใหม่ อนุรักษ์ต่อยอดภูมิปัญญา สร้างรายได้ สร้างอาชีพแก่เกษตรกรชาวภูเก็ตอย่างยั่งยืน

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “ส้มควายภูเก็ต” สินค้าภูมิปัญญาคุณภาพดี รสชาติเปรี้ยวจัด มีคุณค่าทางโภชนาการ แปรรูปได้หลากหลาย ทั้งรูปแบบผลสด แบบแห้งและแบบผง อีกหนึ่งสินค้าเด่นจากจังหวัดภูเก็ต สร้างความภาคภูมิใจและรายได้สู่จังหวัดภูเก็ตกว่า 3.6 ล้านบาท

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญายังคงเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น ผ่านนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากบนพื้นฐานแห่งอัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทย โดยใช้ประโยชน์จากการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อคุ้มครองสินค้าท้องถิ่นชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในพื้นที่แหล่งผลิตสินค้าในแต่ละท้องถิ่น ตลอดจนให้ความคุ้มครองและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า โดยกรมฯ จะเดินหน้าส่งเสริมการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และขยายช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ส้มควายภูเก็ต” สินค้า GI รายการใหม่ลำดับที่ 3 ของจังหวัดภูเก็ตต่อจากสินค้าสับปะรดภูเก็ตและมุกภูเก็ต ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ไปก่อนหน้านี้

“ส้มควายภูเก็ต” เป็นพันธุ์ส้มที่มีทรงผลกลม ร่องผิวเปลือกตื้น เนื้อละเอียด หนา แน่น รสชาติเปรี้ยวจัด มีขอบเขตการปลูกครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดภูเก็ต ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนเหนียว อุดมไปด้วยธาตุอาหารหลักที่จำเป็น อีกทั้งสภาพภูมิอากาศที่มีฝนตกชุกตลอดปี ถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกต้นส้มควาย ทำให้ต้นส้มเจริญเติบโตได้ดี ทั้งในมิติของการจัดการใบ ดอก และติดผล สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี

“ส้มควายภูเก็ต” เป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการและสารสำคัญต่างๆ ผสมผสานกับกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน มีการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การเก็บเกี่ยว จนถึงการแปรรูป โดยอาศัยทั้งภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อกันมา ร่วมกับการส่งเสริมจากหลายภาคส่วนในจังหวัด ส่งผลให้ส้มควายภูเก็ตเป็นสินค้า ที่มีคุณภาพดี สามารถนำมาจำหน่ายได้ทั้งแบบผลสด แบบแห้ง และแบบผง อีกทั้งยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารพื้นเมืองและเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเวชสำอางค์ได้อีกด้วย ส้มควายภูเก็ตจึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่เป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการของตลาด มีการสั่งซื้อส้มควายทั้งแบบขายปลีก ขายผ่านช่องทางออนไลน์ และการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ให้มีการส่งสินค้าไปจำหน่ายนอกพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รวมถึงการร่วมงานแสดงสินค้าต่างๆ ทั่วประเทศ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่กว่า 3.6 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอเชิญทุกท่านร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการ GI และอุดหนุนสินค้า GI ไทย โดยติดตามข้อมูลสินค้า GI รายการต่างๆ และข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องได้ที่ เพจ Facebook : GI Thailand หรือสอบถามเพิ่มเติมโทรสายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา 1368 ได้

Advertisement

ธ.ก.ส. จัดงาน BAAC Farmers Market นำสินค้าของขวัญปีใหม่ จากชุมชนอุดมสุขทั่วประเทศ มาจำหน่าย 19-21 ธ.ค.นี้

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 17 ธันวาคม 2566 ธ.ก.ส. ชวนช้อปชุดของขวัญปีใหม่ที่ควรค่าต่อการส่งมอบความสุขให้กับคนพิเศษ แถมยังส่งต่อกำลังใจและสร้างเศรษฐกิจที่ดีคืนกลับสู่ชุมชน พบสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐาน A-Product กว่า 40 ร้านค้าในงาน BAAC Farmers Market ที่มาในธีมชุมชนอุดมสุขทั่วไทย ที่ส่งตรงจากแหล่งผลิตมาให้เลือกซื้อ ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 19 – 21 ธันวาคมนี้

นายไพศาล หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการและโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. จัดงานเทศกาลของขวัญจากชุมชนอุดมสุขทั่วไทย (BAAC Farmers Market) โดยมีบูธจำหน่ายสินค้ากว่า 40 ร้านค้า จากเกษตรกรและชุมชนอุดมสุขทั่วประเทศ ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค อาทิ ผักผลไม้สดปลอดสารพิษตามฤดูกาล ข้าวสาร น้ำผึ้ง กาแฟสด โจ๊กปลาแดดเดียว อาหารทะเลเผา สินค้าแปรรูป ทั้งอาหารทะเล เนื้อแดดเดียว กล้วยเบรกแตก น้ำมันมะพร้าว ชุดเครื่องนอนจากยางพารา เครื่องประดับ เวชสำอาง ผ้าทอและผ้าไหมพื้นเมือง เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ที่กำลังมองหาชุดของขวัญปีใหม่เพื่อมอบให้คนที่คุณรัก ยังมีชุดของขวัญสุดพรีเมียมมากมายมาให้เลือกสรร อาทิ เมล่อนผลสด Furano และกระเช้าของขวัญจากวิสาหกิจชุมชนวัยหวานที่มีทั้งผัก ผลไม้แปรรูปเพื่อสุขภาพ ชุดเครื่องนอนยางพาราเพื่อการรักษา ชุดเครื่องสำอางจากสมุนไพรไทย เป็นต้น ซึ่งทุกๆผลิตภัณฑ์ได้รับการการันตีมาตรฐานคุณภาพส่งออกในราคายุติธรรม นอกจากได้รับสินค้าคุณภาพดีที่หาซื้อจากตลาดทั่ว ๆ ไปไม่ได้แล้ว ท่านยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจให้ชุมชนในการผลิตสินค้าคุณภาพสูงที่มาจากวัตถุดิบที่ดีที่สุดของประเทศไทย เพื่อส่งต่อให้ภาคเกษตรไทย เติบโตสู่เกษตรมูลค่าสูง สร้างงาน สร้างรายได้ และเศรษฐกิจของประเทศ ในโอกาสนี้ ธ.ก.ส. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมชิม ชม ช้อป ของขวัญและสินค้าคุณภาพจากชุมชนอุดมสุขทั่วประเทศได้ในงาน BAAC Farmers Market ระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคมนี้ ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ

Advertisement

“เศรษฐา” เตรียมยกระดับความสามารถการแข่งขันกับซาอุฯ หวังเพิ่มการค้า-การลงทุน

People Unity News : 21 ตุลาคม 2566 ซาอุดีอาระเบีย – นายกรัฐมนตรีเดินหน้าสานต่อสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย หวังเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันการค้า-ลงทุน

เมื่อเวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำเร็จในการเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ว่าเมื่อค่ำวันที่ 20 ต.ค. เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงริยาด ได้เลี้ยงรับรองอาหารค่ำตนกับคณะ โดยได้พบกับทีมไทยแลนด์ และเจ้าหน้าที่ทางพาณิชย์การค้า การลงทุน ซึ่งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน

ทั้งนี้ ทางเอกอัครราชทูตไทยได้ให้ข้อคิดว่า ความจริงแล้วศักยภาพการค้า การลงทุน ที่ซาอุดีอาระเบียยังสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขยายการค้า ด้านการเกษตร เชิงพาณิชย์ และการลงทุน ซึ่งบีโอไอได้แจ้งว่าต้องการเจ้าหน้าที่ประจำซาอุดีอาระเบีย หลังจากพูดคุยกันแล้วตนมีความเข้าใจถึงความต้องการตรงนี้ และอยากให้เอกอัครราชทูตเขียนมาว่าเหตุผลที่ต้องการคืออะไร เพราะถือว่าเป็นประเทศหลักที่รัฐบาลเพิ่งเปิดความสัมพันธ์ใหม่อีกครั้ง หลังจากปิดไปนาน ถือว่าเป็นประเทศที่ไทยอยากมีความสัมพันธ์กันเพิ่มขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน การค้า การลงทุนขึ้นไปอีก

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตนได้ไปเยี่ยมชมเมืองโบราณของซาอุดีอาระเบีย ประมาณ 300-400 ปี ถือเป็นเมืองแรกในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถูกทำลายไปและสร้างขึ้นมาใหม่ โดยมีการลงทุนไปเยอะมากในการสร้างเมืองนี้แห่งการท่องเที่ยว มีการสร้างพื้นที่อย่างมโหฬหาร และได้ขึ้นเป็นทะเบียนมรดกโลกด้วย รวมถึงยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการเมืองแห่งอนาคต มีการลงทุนกว่า 5 แสนล้านล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อไปดูก็ตกใจในความอลังการยิ่งใหญ่ โดยซาอุดีอาระเบียมีความมั่งคั่งสูงจากการค้าขายปิโตรเคมีคอลและน้ำมัน เพราะฉะนั้นจึงมีเงินทุนสูงมาก แต่เขาเองก็ทราบดีว่าโลกเปลี่ยนไป การส่งเสริมการลงทุนและสร้างเมืองใหม่เป็นเรื่องสำคัญ ตนได้ดูนิทรรศการและวิธีการที่เขาเสนอ ซึ่งการลงทุนน่าจะนำไปใช้ได้ในการต้องทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนในแง่เมกะโปรเจกต์ที่เราจะทำที่เมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหรือแลนด์บริดจ์

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ได้คุยกับภาคเอกชน 4 บริษัท บริษัทแรกคือ SALIC เป็นบริษัทที่ครบวงจรด้านการเกษตรและปศุสัตว์ มีการลงทุนไปทั่วโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร เรารู้สึกแปลกใจอย่างมาก ขนาดประเทศเขามีแต่ทะเลทราย แต่มีบริษัทใหญ่ระดับโลกในการค้าขายสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ ที่อเมริกาใต้ ยุโรป และในเอเชีย วันนี้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง ทางด้านการเกษตร ด้านปศุสัตว์ เรื่องของวัว ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนี้ว่าจะสามารถผลักดันไปด้วยกันหรือไม่

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าเป็นไปได้จะให้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำภาคเอกชนมาพูดคุยกับทางบริษัท SALIC ซึ่งเขาก็ยินดีและตื่นเต้นที่เราจะมีการทำอะไรร่วมกันในมิติใหม่ๆ และมิติใหญ่ๆ รวมถึงได้เจอกับกลุ่มกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ ซึ่งเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่มาก ลงทุนทั้งในซาอุดีอาระเบียและต่างประเทศ เช่น สหรัฐ และจีน แต่ยังไม่มีการลงทุนที่เมืองไทย แต่ต้องการลงทุนด้านเมกะโปรเจกต์ เพราะฉะนั้นไทยเองมีโครงการขนาดใหญ่เยอะ จึงจะมีการพูดคุยกันต่อ

ทั้งนี้ ทางบริษัทดังกล่าวยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทปิโตรเคมีและน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีการค้าขายกับเราเยอะอยู่แล้ว และพยายามหาโอกาสร่วมมือทำธุรกิจกับไทยในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหาโรงกลั่น ซึ่งเขาเข้าใจว่าโรงกลั่นเรามีสภาพที่เก่าและต้องการอัพเกรด ซึ่งต้องการเงินลงทุนหลายแสนล้านบาท จึงมีการพูดคุย และตนจะส่งเจ้าหน้าที่มาประสานงานต่อ และรายสุดท้ายคือ บริษัท SABIC ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ของซาอุดีอาระเบีย หนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้ถือหุ้นคนเดียวกัน นั่นคือ PIF ซึ่งมีการลงทุนเยอะมากอยู่แล้ว และเรื่องของปุ๋ย ที่ส่งให้เราเป็นรายใหญ่ที่สุด เอกชนไทยที่ทำเกษตรกรรมก็ซื้อจากบริษัทนี้เยอะมาก รวมถึงหัวเชื้อปุ๋ย ที่เรามีอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็จะมีการพูดคุยเพื่อหาความร่วมมือกัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า และสิ่งที่น่ายินดีอย่างหนึ่งที่ตนถามเขาว่าบริษัท SABIC มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ปตท. และหลายบริษัทเอกชน ทางเขาติดขัดอะไรหรือไม่เกี่ยวกับการลงทุน การทำธุรกิจกับไทย ซึ่งเขาบอกไม่มีเลย ทุกอย่างได้รับการสนับสนุนที่ดีมาก และอยากให้การสัมพันธ์เดินต่อไป ตนต้องขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมงานกับทางบริษัท SABIC ที่ทำให้เขาชื่นชมเราได้ตรงนี้ หวังว่าการลงทุนจะพัฒนาต่อไปในทุกมิติ

Advertisement

กรมการค้าภายในลุยปราบปรามโกงเครื่องชั่งไม่ได้มาตรฐานดำเนินคดีเพียบ

People Unity News : 30 มิถุนายน 2566 รองอธิบดีกรมการค้าภายในเผยช่วงครึ่งปีแรก 66 ลุยปราบปรามโกงเครื่องชั่งสินค้าเกษตรและตลาดสด ล้ง ลานเท มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซ LPG ก๊าซ NGV และการตรวจสอบสินค้าหีบห่อไม่ได้มาตรฐานสูงถึง 2,532 เครื่อง/หีบห่อ และได้ดำเนินการตามกฎหมาย 173 รายแล้วเพื่อปกป้องสิทธิเกษตรกรและผู้บริโภค

ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่าในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา กองชั่งตวงวัด กรมการค้าภายในได้ตรวจสอบเครื่องชั่งตวงวัดประเภทต่างๆ เช่น เครื่องชั่งสปริง เครื่องชั่งดิจิทัล เครื่องชั่งรถยนต์ โดยเฉพาะที่ใช้ในการรับซื้อสินค้าเกษตรตามล้ง ลานเท มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซ LPG ก๊าซ NGV และ การตรวจสอบสินค้าหีบห่อ รวมทั้ง ถังก๊าซหุงต้ม โดยพบการกระทำความผิดทั้งหมด 173 ราย จำนวน 2,532 เครื่อง/หีบห่อ ซึ่งได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ดังนี้

– เปรียบเทียบปรับ จำนวน 161 ราย

– ยึดเครื่องชั่งและผูกบัตรห้ามใช้ รวม 8 ราย แบ่งเป็นกรณีเครื่องชั่งสปริง ยึดเพื่อทำลาย เนื่องจากเสื่อมสภาพไม่สามารถแก้ไขให้ตรงได้ และกรณีผูกบัตรห้ามใช้ สำหรับเครื่องชั่งตวงวัดที่มีอายุคำรับรองแต่ขาดการต่ออายุและอยู่ระหว่างรอให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ

– อยู่ระหว่างดำเนินคดี 4 ราย ซึ่งได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการด้วย

นอกจากนี้ กรมฯ ได้สั่งการให้เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบเครื่องชั่ง ตั้งแต่ช่วงก่อนที่ผลไม้จะออกมาก เช่น ทุเรียน มังคุด ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ เป็นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบซ้ำด้วย ซึ่งการโกงเครื่องชั่ง โดยดัดแปลงหรือใช้เครื่องชั่งที่ดัดแปลง มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 280,000 บาทและการกระทำการใดๆ ทำให้เครื่องชั่งแสดงค่าผิดไป เช่น ใช้มือกด ใช้แม่เหล็กถ่วงน้ำหนัก มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 120,000 บาท

ทั้งนี้ หากประชาชนถูกเอาเปรียบหรือพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับเครื่องชั่งตวงวัด สามารถร้องเรียนได้ทางสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือทางแอพลิเคชั่นไลน์ @MR.DIT หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดหรือสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดทั่วประเทศได้

Advertisement

คลังแถลงโครงการเราชนะเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจ 255,516 ลบ. เอื้อผู้ประกอบการร้านค้า 1.3 ล้านกิจการ

People Unity News : 31 พ.ค.64 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงผลการดำเนินงานของโครงการเราชนะ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ดังนี้

1) ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 96,377 ล้านบาท

2) ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ .com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 17.0 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 139,974 ล้านบาท

3) ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.4 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 19,165 ล้านบาท

ทำให้มีมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 255,516 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.3 ล้านกิจการ

Advertising

แบงก์พาณิชย์หั่นดอกเบี้ยช่วยกระตุ้นคนซื้อ“บ้านในฝัน รับปีใหม่”

People Unity News : แบงก์พาณิชย์หั่นดอกเบี้ย ช่วยกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ โครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” ได้อานิสงส์ผู้ประกอบการทั่วประเทศแห่เข้าร่วมโครงการคึกคัก กระหน่ำอัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม จัดอีเว้นท์ส่งเสริมการขาย พร้อมขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ดันยอดขายโค้งสุดท้ายของปีนี้

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของกระทรวงการคลังในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2562 ภายใต้โครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน (11.11) ที่ผ่านมา โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์นำร่องเสนอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.5% คงที่ 3 ปี

จากข้อมูลที่สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร แจ้งมาว่า โครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ ทั้งจากประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม โดยได้เข้าร่วมโครงการและจัดอีเว้นท์ตามห้างสรรพสินค้าและมีแคมเปญ ลด แลก แจก แถม ให้ราคาชนิดต่ำสุดๆ อีกทั้งหลายๆ โครงการมีการแจกทองคำหรือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด และมอบสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมายชนิดไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงพร้อมใจกันขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” ตามโครงการและสำนักงานขายทั่วประเทศ ส่งผลให้ยอดขายในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มมากขึ้นเป็นที่น่าพอใจ จากช่วงไตรมาสที่สองและสามก่อนหน้านี้ กิจกรรมและยอดขายมีไม่มากนัก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์มีลูกค้าแวะเข้าชมโครงการอย่างต่อเนื่อง

นายชาญกฤช กล่าวอีกว่า สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ตลอดจนผู้ประกอบการรายย่อย ต่างแสดงความเชื่อมั่นว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ผ่านโครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ตามเป้าที่วางไว้ และจะช่วยระบายสต๊อกคงค้างที่มีอยู่ราว 35,000 ยูนิตได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ล้วนตอบสนองนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการหั่นดอกเบี้ยเงินกู้ลง เช่น ธนาคารออมสินเปิดตัวโครงการสินเชื่อเคหะตัวใหม่ วงเงิน 25,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2.7-2.9% ต่อปี และมีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติมอีก ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป โดยเป้าสินเชื่อทั้งปี 2562 ของธนาคารออมสิน มีทั้งสิ้น 7 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่มกราคมถึงตุลาคม ปล่อยไปแล้ว 38,000 ล้านบาท

ธนาคารธนชาตจับมือพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กระตุ้นตลาดส่งท้ายปี จัดข้อเสนอพิเศษร่วมแคมเปญ House & Condo of The Year 2019 ให้ดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี นาน 3 ปี และให้ผ่อนต่ำเพียงล้านละ 3,000 บาท สำหรับลูกค้าบ้านเดี่ยว ชูจุดแข็งให้วงเงินกู้สูงสุด 100% อนุมัติไว ธนาคารกสิกรไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ลง 0.25% จากปัจจุบันที่ 6.25% เป็น 6.00% ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่กลุ่มลูกค้าของธนาคารใช้เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับลูกค้านิติบุคคลลง 0.07%-0.25% ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป

“พาณิชย์” จัด 703 จุดทั่วไทย ขายข้าวสารราคาประหยัดกว่า 1.5 ล้านกิโล ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ก.ค.

People Unity News : 8 กรกฎาคม 2565 กระทรวงพาณิชย์ เปิดโครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน (ข้าวถุงราคาประหยัด) Lot 19” ร่วมกับสมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย และผู้ให้บริการปั๊มน้ำมัน จัดจำหน่ายข้าวถุงในราคาถูก 703 จุดทั่วประเทศ ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมผสม ข้าวขาว และข้าวเหนียว ขนาด 1 กก. 5 กก. และ 48 กก. รวม 228 ยี่ห้อ คิดเป็นปริมาณกว่า 1.5 ล้านกิโลกรัม (1,500 ตัน)

สถานที่จำหน่ายข้าวถุงมีดังนี้

– 3 บริษัทปั๊มน้ำมันที่ร่วมโครงการ (PTT Station 244 จุด/ ปั๊มพีที 193 จุด/ ปั๊มบางจาก 43 จุด)

– กลุ่มโรงสีโกดังและร้านค้าของโรงสีทั่วประเทศ 46 จุด

– จุดที่พาณิชย์จังหวัดไปจัดในชุมชน 77 จุดทั่วประเทศ

– รถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ประชาชนสามารถติดตามจุดจำหน่ายได้ที่เว็บไซต์ https://mobilepanich.com หรือเว็บไซต์กรมการค้าภายใน www.dit.go.th

Advertisement

1 พ.ย.นี้เตรียมเปิดเช็กอินระบบ Biometric เพื่อการเดินทางสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น นำร่องผู้โดยสารในประเทศก่อน

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 30 ตุลาคม 2567 เผยยอดผู้โดยสารใช้บริการท่าอากาศยาน ทอท. 6 แห่ง เข้าไทยเพิ่มกว่า 120 ล้านคน ในปีงบประมาณ 67 พร้อมเปิดใช้งานเช็กอินระบบ Biometric เพื่อการเดินทางที่สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น นำร่องผู้โดยสารในประเทศก่อนเริ่ม 1 พ.ย. นี้

วันนี้ (วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2567) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยินดีกับตัวเลขผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งในปีงบประมาณ 2567 (ตุลาคม 2566 – กันยายน 2567) มียอดผู้โดยสารมาใช้บริการรวมกว่า 119.29 ล้านคน เพิ่มขึ้น 19.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 72.67 ล้านคน เพิ่มขึ้น 34.82% และผู้โดยสารภายในประเทศ 46.62 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในขณะที่ตารางบินฤดูหนาว 2024/2025 ของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง มีเที่ยวบินได้รับการจัดสรรเวลารวม 370,239 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากฤดูหนาวในปีที่ผ่านมา (W2023/2024) 22.1% และมีแนวโน้มว่าจำนวนผู้โดยสารรวมทั้งหมดเพิ่มขึ้น 23% โดยเส้นทางระหว่างประเทศที่มีผู้โดยสารเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย อินเดีย สิงคโปร์ และฮ่องกง

พร้อมกันนี้ ทอท. ยังขานรับนโยบายรัฐบาลเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เปิดระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Automated Biometric Identification System: Biometric) ด้วยเทคโนโลยี Facial Recognition มาใช้ระบุตัวตนของผู้โดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวก สบาย รวดเร็ว และลดระยะเวลาในการรอคิว นำร่องให้ผู้โดยสารภายในประเทศได้ใช้ก่อนในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นี้ และเปิดใช้งานสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศวันที่ 1 ธันวาคม 2567 แต่ทั้งนี้ ผู้โดยสารจำเป็นต้องยินยอมให้ใช้ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลด้วย

“รัฐบาลมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมาย ในการยกระดับการให้บริการในท่าอากาศยานไทยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น และมีความพร้อมทั้งในด้านระบบ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เน้นความสะดวก สบาย รวดเร็ว และลดระยะเวลาให้กับผู้ใช้บริการ โดยเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะยกระดับศักยภาพเป็นท่าอากาศยานที่ดีในระดับโลกได้” นายจิรายุ กล่าว

Advertisement

Verified by ExactMetrics