วันที่ 3 เมษายน 2025

ธ.ออมสินจัดทำบทเพลงสรรเสริญพระบารมีชุด “ทศมกษัตรา ราชจักรีวงศ์” ฉายในโรงภาพยนตร์

People unity news online : ธนาคารออมสิน ร่วมกับ บมจ.เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น แถลงข่าวโครงการเผยแพร่ภาพยนตร์ประกอบบทเพลงสรรเสริญพระบารมีชุด “ทศมกษัตรา ราชจักรีวงศ์” ร้อยเรียงภาพพระราชกรณียกิจ และพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มาร้อยเข้ากับบทเพลงที่เปี่ยมด้วยศรัทธา แด่พระมหากษัตริย์ผู้เป็นแบบอย่างแก่ประชาชนชาวไทยในการเดินตามแบบอย่างด้านการมีพระวินัย โดยเฉพาะพระวินัยแห่งการออม ผ่านเสียงร้องที่มีความไพเราะจากศิลปินคุณภาพ “บอย – อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี” (บอย พีซเมคเกอร์) โดยภาพยนตร์ประกอบบทเพลงสรรเสริญพระบารมีจะจัดฉายในโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป พร้อมทั้งได้มีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติตั้งแต่วันที่ 5 – 15 ตุลาคม 2561 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และแสดงถึงพระอัจฉริยภาพและความมีพระวินัยที่ก่อให้เกิดพระปรีชาสามารถด้านการทหารและการบิน ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า “ธนาคารออมสินถือกำเนิดโดยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงเล็งเห็นถึงคุณค่าแห่งการออม และมีพระราชประสงค์ที่จะฝึกฝนให้ราษฎรรู้จักเก็บออมทรัพย์อย่างถูกวิธี ซึ่งธนาคารออมสินได้ยืนหยัดในการทำหน้าที่นี้ตลอดมา โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ ในการนี้จึงขอน้อมนำพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นแบบอย่างในด้านวินัย ความอดทนมานะ กล้าหาญ จนก่อให้เกิดพระปรีชาความสามารถในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการทหาร แด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนชาวไทยในด้านการมีพระวินัย โดยเฉพาะพระวินัยแห่งการออม และพระวินัยแห่งการฝึกความอดทนให้ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การสรรเสริญ มาร้อยเข้ากับบทเพลงที่เปี่ยมด้วยศรัทธา ผ่านการขับร้องจากศิลปินคุณภาพของประเทศ “บอย – อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี” ด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ แสดงถึงความรู้สึกจงรักภักดีแทนพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่านได้อย่างซาบซึ้ง ผสมผสานเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบและสมพระเกียรติ”

ด้าน นายสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์ ถือเป็นขนบธรรมเนียมสำคัญที่ได้ปฏิบัติกันมายาวนานและต่อเนื่อง ในการถวายความเคารพต่อองค์พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ก่อนที่จะมีการเริ่มฉายภาพยนตร์หรือการแสดงใดๆ ซึ่งโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ รู้สึกเป็นเกียรติในฐานะที่เป็นสื่อกลางช่องทางหนึ่งที่ได้มีโอกาสสื่อสารให้คนรุ่นใหม่ได้รับทราบถึงพระราชกรณียกิจและพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ ที่ทรงเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนชาวไทย พร้อมทั้งแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยในครั้งนี้ บริษัทฯ ร่วมกับ ธนาคารออมสิน จัดทำภาพยนตร์ประกอบบทเพลงสรรเสริญพระบารมี ชุด “ทศมกษัตรา ราชจักรีวงศ์” เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร กษัตริย์ผู้ทรงเป็นแบบอย่างในด้านวินัย ความอดทนมานะ กล้าหาญ จนก่อให้เกิดพระปรีชาสามารถที่ควรค่าแก่การเก็บออมไว้ มาร้อยเข้ากับบทเพลงที่เปี่ยมด้วยศรัทธา ผ่านการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆในการฉาย หรือเทคนิคต่างๆ เพื่อทำให้การถ่ายทอดเพลงสรรเสริญพระบารมีออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด รวมทั้งให้ความรู้สึกตราตรึงใจและสมพระเกียรติ โดยเริ่มจัดฉายให้รับชมกันตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในพระอัจฉริยภาพและความมีพระวินัยที่ก่อให้เกิดพระปรีชาสามารถด้านการทหาร ซึ่งจะจัดแสดงให้ประชาชนได้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 5 – 15 ตุลาคม 2561 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์”

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมถวายความจงรักภักดีผ่านบทเพลงสรรเสริญพระบารมีชุด “ทศมกษัตรา ราชจักรีวงศ์” ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ณ โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ทุกสาขา ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 5 – 15 ตุลาคม 2561 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

People unity news online : post 8 ตุลาคม 2561 เวลา 13.20 น.

รัฐบาลเดินหน้าจัดหากายอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือคนพิการ 72,000 ชุด เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 25 พฤษภาคม 2567 รัฐบาล เดินหน้าจัดโครงการจัดหากายอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือคนพิการ 72,000 ชุด เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้าเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาวิกฤตของสังคม ปัญหาโครงสร้างประชากร เตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

นายคารม กล่าวว่า กรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.)  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดโครงการจัดหากายอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือคนพิการ 72,000 ชุด เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยการจัดหากายอุปกรณ์ เช่น วีลแชร์ ขาเทียม เท้าเทียม ไม้เท้าต่าง ๆ จำนวน 72,000 ชุด ให้กับคนพิการผ่านกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลคนพิการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวบรามข้อมูลคนพิการ แล้วส่งเรื่องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนที่จะส่งมายังส่วนกลาง

“จากที่นายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรีเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ได้ต่อยอดแนวทางตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตร์แห่งพระราชา และองค์ความรู้ต่าง ๆ นำมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมในแต่ละส่วนราชการ โดยกระทรวง พม. ได้มีแนวคิดที่จะให้นิคมสร้างตนเอง 43 แห่งทั่วประเทศสังกัดกระทรวง พม. โดยจะจำลองบางส่วนของศูนย์ฯ มาใช้เพื่อขยายต่อยอดแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตร์แห่งพระราชา  เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าใจอย่างถ่องแท้ และขยายต่อจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป” นายคารม ระบุ

Advertisment

รัฐบาลเชิญชวนเที่ยวงาน Silk Festival 2023

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 29 พฤศจิกายน 2566 ทำเนียบ – รัฐบาล เชิญชวนเที่ยวงาน Silk Festival 2023 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนฯ ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 36 พรรษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทย ขอเชิญประชาชนร่วมงาน Silk Festival 2023 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน Silk Success Sustainability ร่วมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 36 พรรษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และนิทรรศการผลสำเร็จจากโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และ การแสดงแบบภูมิปัญญาผ้าไทยร่วมสมัย (Sustainable Fashion) จากไทยดีไซเนอร์ชื่อดัง ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. – 3 ธ.ค 66 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6-7 เมืองทองธานี

นายคารม กล่าวว่า งาน Silk Festival 2023 เป็นงานที่จัดแสดงการรังสรรค์ผลงานสุดประณีตสะท้อนศักยภาพของการพัฒนาลายผ้าทอให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงอัตลักษณ์และเสน่ห์ของความเป็นไทยไว้อย่างสมบูรณ์นำไปสู่ Soft Power ด้านผ้าไทยอย่างแท้จริง มีบูทผู้ประกอบการ 200 กลุ่ม โดย 170 กลุ่มเป็นผู้ได้รับการชนะเลิศประกวดผ้าพระราชทาน กลุ่ม Young OTOP และ Premium OTOP ซึ่งในแต่ละบูทจะมี QR Code และมี E-catalog E-Book Online ซึ่งผู้ซื้อสามารถเลือกและสั่งจองผ่านออนไลน์ได้

“ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับสุดยอดผลงานภาคที่ได้รับการพัฒนาจากการน้อมนำพระดำริ นอกจากนี้ ในงานจะมีการ workshop ทุกวันวันละ 3-4 กิจกรรม ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการและเลือกซื้อผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ชั้นสูง และอาหารจากร้านดังทั่วประเทศ” นายคารม กล่าว

Advertisement

เชิญชวนภาครัฐ เอกชน ประดับธงตราสัญลักษณ์ ตลอดปี 2567

พีเพิล ยูนิตี้ นิวส์ : 25 ธันวาคม 2566 ทำเนียบ – คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” เชิญชวนภาครัฐ เอกชน ประดับธงตราสัญลักษณ์ ตลอดปี 2567

นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ครั้งที่ 1/2566 โดยมี นายวราวุธ ยันต์เจริญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ที่ประชุมรายงานแนวทางการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนให้ทราบถึงการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีชื่อพระราชพิธีภาษาไทยว่า “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗” ส่วนภาษาอังกฤษ ใช้ชื่อ “The Celebration on the Auspicious of His Majesty the King’s 6th Cycle Birthday Anniversary 28th July 2024” และชื่อการจัดงานว่า “การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” กำหนดขอบเขตการจัดงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2567 รวมถึงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 รัฐบาลขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยดำเนินการจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเครื่องราชสักการะ รวมทั้งประดับธงชาติไทย ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส “พระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗” ตราสัญลักษณ์ฯ และประดับผ้าระบายสีเหลืองร่วมกับผ้าระบายสีขาว ตามอาคารสถานที่ของหน่วยงานและบ้านเรือน ตามความเหมาะสม โดยดำเนินการในระยะเวลาขอบเขตการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ตลอดปี 2567

“นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้เตรียมการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางการสื่อสารให้ครอบคลุม รวมถึงการผลิตและเผยแพร่สารคดี ข้อมูล ภาพประกอบ และกิจกรรมต่างๆ ของ “พระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗” โดยให้หน่วยงานภาครัฐนำเสนอแผนการจัดกิจกรรมมายังคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ เพื่อให้กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการ รวบรวมและกำหนดแผนการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถสื่อสารไปยังประชาชนได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีร่วมกันทั้งประเทศ” นางพวงเพ็ชร กล่าว

สำหรับส่วนราชการ องค์กรเอกชน หรือหน่วยงานใดมีความประสงค์ขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ เพื่อประดิษฐานในสิ่งของใด ๆ ก็ตาม ให้แจ้งขออนุญาตไปที่ คณะกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการขอใช้ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สอบถาม โทร. 0 2283 4789-91, 0 2283 4775, 0 2283 4787, 0 2283 4780 โทรสาร 0 2283 4809–10 หรือสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมแบบฟอร์มได้จาก QR Code ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

Advertisement

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชน พระราชทานอาหารและเครื่องดื่ม

People Unity News : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชน พระราชทานอาหารและเครื่องดื่ม ประชาชนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

5 ธ.ค.64 บรรยากาศบริเวณโรงครัวพระราชทาน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติ ใกล้กับแยกนางเลิ้ง ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่แจกจ่ายอาหารให้กับประชาชนที่เดินทางเข้ามาร่วมงานพิธีวางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 ให้ได้รับประทานอาหารตลอดทั้งวัน ซึ่งเดิมกำหนดการเปิดโรงครัวพระราชทานจะให้บริการในเวลา 11.00 น. แต่เนื่องจากมีประชาชนที่เดินทางเข้ามาร่วมงานตั้งแต่ช่วงเช้า โรงครัวพระราชทานจึงให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00 น. ซึ่งอาหารที่ทำมาแจกจ่ายนั้นมีทั้งจากสนามครัวกองทัพบกและร้านอาหารจากสมาคมภัตตาคารอาหารไทย ที่นำอาหารคาวหวาน เช่น ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ส้มตำ ข้าวไก่ตุ่น รวมถึงน้ำดื่มและกาแฟ มาแจกจ่ายให้กับประชาชนตลอดทั้งวัน รวมถึงหลังเลิกงานก็จะมีการแจกจ่ายอาหารให้ประชาชนสามารถนำกลับไปรับประทานที่บ้านได้ด้วย

ขณะที่ ประชาชนที่เข้ามารับประทานอาหารในโรงครัวพระราชทาน ต่างก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยประชาชนมอบอาหารและน้ำดื่มได้รับประทานอาหารตลอดทั้งวันและรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เดินทางเข้ามาร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ดีวันนี้

นอกจากนี้ ที่บริเวณโรงครัวพระราชทาน ยังมีการแสดงดนตรีจากดุริยางค์ตำรวจและการให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานเฉลิมพระเกียรติโดยผู้พันเบิร์ดและจิตอาสา พร้อมยังมีหน้าจอขนาดใหญ่ตั้งอยู่ภายในบริเวณนี้ เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศภายในอุทยานเฉลิมพระเกียรติให้ประชาชนรับชมระหว่างการรับประทานอาหาร หรือระหว่างนั่งคอยด้วย

Advertising

นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศล วันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 9

People Unity News : 13 ตุลาคม 2565 นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ ทำเนียบรัฐบาล

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลและพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ข้าราชการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมพิธี

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงบริเวณตึกสันติไมตรี (หลังนอก) พระสงฆ์ในพิธี จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสนะสงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีลและเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้น นายกรัฐมนตรีถวายผ้าไตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์สวดอนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร แล้วกราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยา นำผู้ร่วมงานใส่บาตรพระสงฆ์ ณ บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี เป็นอันเสร็จพิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเป็นประธานในพิธีตักบาตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดนนทบุรี ณ วัดเขมาภิรตารามราชวรมหาวิหาร ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เวลา 10.40 น. นายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดนนทบุรี ณ วัดแสงสิริธรรม ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ส่วนในช่วงเย็นเวลา 17.00น. นายกรัฐมนตรี เฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เขตดุสิต กรุงเทพฯ

Advertisement

ร้าน Inspire โดยกองทุนกำลังใจฯพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เปิดบริการแล้วที่อาคาร ก.ยุติธรรม

People Unity News : ร้าน Inspire โดยกองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เปิดให้บริการแล้ว ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา พลอากาศโท สมคิด สุขบาง รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ และคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ รวมถึง เคานต์เจอรัล แวน เดอ สตราเทน พอนโธส ประธานมูลนิธิเจ้าพระยา อภัยราชาสยามานุกูลกิจ หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต รองประธานมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ นางเตือนใจ สินธุวณิก และ ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร คณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้เข้าเยี่ยมชมร้าน Inspire พร้อมอุดหนุนสินค้าโครงการกำลังใจฯ ซึ่งร้าน Inspire เปิดให้บริการแล้ว ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม

โดยภายในร้านจัดจำหน่ายสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขังจากเรือนจำและทัณฑสถานในโครงการกำลังใจทั่วประเทศ อาทิเช่น สายคล้องแมส พวงมาลัยกระดาษทิชชู จากทัณฑสถานหญิงธนบุรี, กระเป๋าควิลท์ จากทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก, ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ หน้ากากอนามัย จากทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่, กระเป๋าสม็อค จากทัณฑสถานหญิงกลาง, ผ้าถุงเกาะยอ จากทัณฑสถานหญิงสงขลา, เครื่องประดับโครเชต์ จากเรือนจำกลางขอนแก่น เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีน้ำสมุนไพร และผักออร์แกนิก ซึ่งเป็นสินค้าจากคนต้นแบบโครงการกำลังใจฯ สำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้นับเป็นการสร้างพลัง สร้างโอกาส และสร้างอาชีพให้แก่ผู้พ้นโทษ ไม่ให้หวนกลับมากระทำผิดซ้ำ โดยร้าน Inspire  เปิดให้บริการในวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 15.00 น. ทั้งนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มาจำหน่ายในร้าน Inspire ด้วย

Advertising

ในหลวงพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยเพิ่มอีก 1 คัน เพื่อตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกในชุมชน

People Unity News : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยเพิ่มเติมแก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด 19 เชิงรุก ในชุมชน และพื้นที่ระบาด นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้

วันนี้ (20 สิงหาคม 2564) ที่ กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้มอบหมายให้นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นผู้แทนรับพระราชทาน รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานแก่กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มอีก 1 คัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นต่อกระทรวงสาธารณสุขและประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงห่วงใยและติดตามสถานการณ์โรคโควิด 19 อย่างใกล้ชิด ซึ่งรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยที่ได้พระราชทานในวันนี้ มูลนิธิไทยพึ่งไทย (สมพล – เรณู เกยุราพันธุ์) และสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย – จีน น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564

นายแพทย์เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า นับตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทาน รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยให้แก่กระทรวงสาธารณสุขแล้ว จำนวน 36 คัน รถต่อพ่วงชีวนิรภัย จำนวน 6 คัน และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ จำนวน 5 คัน สำหรับใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการให้บริการเก็บตัวอย่างโรคโควิด 19 แก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวัง และค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก โดยผู้เข้ารับการตรวจไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาล ทั้งนี้ ปัจจุบันรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย รถต่อพ่วงชีวนิรภัย และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ พระราชทาน ยังคงให้บริการประชาชนในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ เช่น โรงเรียน วัด และชุมชนแออัด

Advertising

ธ.ออมสินมอบ 100 ล้านบาท สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.สมเด็จพระยุพราช

People Unity : ธนาคารออมสิน ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยธนาคารออมสินสนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จำนวน 10 แห่ง รวมเป็นเงิน 100 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (15 พฤษภาคม 2562) ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช พร้อมด้วย นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมแถลงข่าวในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จำนวน 10 แห่ง กระจายอยู่ในอำเภอห่างไกลในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ

ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กล่าวว่า มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการจัดสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในท้องที่ทุรกันดารหรือห่างไกลจากเขตเมือง พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือเวชภัณฑ์ เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาล โดยมอบให้เป็นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ยังส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรของโรงพยาบาล ทั้งในด้านการบริหาร บริการสาธารณสุข และวิชาการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานและเป็นตัวอย่างแก่โรงพยาบาลชุมชนและสถานพยาบาลอื่นๆ ทั้งนี้ที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ โครงการ “พัฒนาเวชกรรมฟื้นฟูและงานห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยาคลินิก” จำนวน 84 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อรถพยาบาล พัฒนางานเวชกรรมฟื้นฟู และงานชันสูตรสาธารณสุข ทำให้ประชาชนที่เจ็บป่วยในถิ่นทุรกันดารได้ประโยชน์อย่างมาก ส่วนในครั้งนี้ธนาคารได้จัดสรรงบประมาณอีกจำนวน 100 ล้านบาท ในโครงการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งมูลนิธิฯจะสนับสนุนการดำเนินงานทั้งของธนาคารออมสิน และกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพื่อรองรับการก่อสร้างอาคาร 10 แห่ง ซึ่งเป็นอาคารที่ทันสมัย การออกแบบอาคารใช้หลักประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนการจัดกิจกรรมและนิทรรศการต่างๆ จะเป็นแหล่งให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรภายในองค์กรและประชาชนโดยรอบ นอกจากนี้มูลนิธิจะขอพระราชทานนามอาคารต่อไป

ด้าน ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ธนาคารออมสิน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ได้จัดทำ “โครงการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยธนาคารได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างอาคารจำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ แห่งละ 10 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 100 ล้านบาท เพื่อขยายการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขแบบครบวงจรให้แก่พระสงฆ์ นักบวชทุกศาสนา ผู้สูงอายุและผู้พิการ อีกทั้งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะสำหรับผู้ป่วย ประชาชนทั่วไป และเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท ซึ่งภายในศูนย์การเรียนรู้มีการจัดแสดงทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน ได้แก่ นิทรรศการแสดงความสำคัญของพระมหากษัตริย์ไทยต่อการสาธารณสุขของประเทศ และวิวัฒนาการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เป็นต้น

ทั้งนี้ “โครงการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช” เป็น 1 ใน 6 โครงการที่ธนาคารออมสินจัดทำขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สำนักนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณารับบรรจุเข้าเป็นโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และจะปรากฏในจดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาธนาคารออมสินมีบทบาทสำคัญในการจัดสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม โดยเป็นสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวที่ช่วยระดมเงินทุนจากประชาชน ซึ่ง นายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาคทรัพย์ เพื่อจัดสร้างโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร นอกจากนี้ธนาคารยังได้สนับสนุนโครงการต่างๆของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาทิ การจัดซื้อรถพยาบาล พัฒนางานเวชกรรมฟื้นฟู และงานชันสูตรสาธารณสุข ตามโครงการ “พัฒนาเวชกรรมฟื้นฟูและงานห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยาคลินิก” เป็นเงิน 84 ล้านบาท, การจัดกิจกรรมด้านการออม ในโครงการ “ออมขวัญ ปันสุข” ด้วยการมอบขวัญถุงพระราชทานให้เด็กที่เกิดใหม่ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทั้ง 21 แห่ง ในเดือนกรกฎาคมของทุกปี โดยการเปิดบัญชีเงินฝากให้เป็นทุนประเดิม บัญชีละ 1,000 บาท และธนาคารออมสินร่วมสมทบบัญชีละ 500 บาท ซึ่งหลังจากดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 5,900 บัญชี รวมเป็นเงินที่ธนาคารสมทบ 2.95 ล้านบาท นอกจากนี้ธนาคารยังได้ร่วมโครงการ “เด็กน้อยรอยต่อ 2 แผ่นดิน” โดยสนับสนุนเงินทุนประเดิมให้กับเด็กทุกคนที่เกิดในช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน ระหว่างวันที่ 13 – 14 ตุลาคม 2559 คนละ 1,099 บาท มีจำนวนทั้งสิ้น 1,409 ราย เป็นเงินรวมกว่า 1.54 ล้านบาท

ขณะที่ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญในการพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่ง มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารได้รับบริการทางด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ สำหรับการสนับสนุนของธนาคารออมสินในการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มคุณภาพการให้บริการประชาชนให้สามารถเข้าถึงบริการที่สะดวก รวดเร็ว ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และลดความแออัดในโรงพยาบาล ส่วนสถานที่ในการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาสถานที่และระยะเวลาในการก่อสร้าง แบ่งเป็น 3 ปี (2562-2564) ดังนี้ ในปี 2562 ดำเนินการ 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จ.สระแก้ว, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย จ.แพร่ ส่วนในปี 2563 จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จ.ราชบุรี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จ.นครพนม และในปี 2564 อีกจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา จ.ยะลา, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จ.อุบลราชธานี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จ.สกลนคร

ใต้ร่มพระบารมี : ธ.ออมสินมอบ 100 ล้านบาท สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.สมเด็จพระยุพราช

People Unity : post 16 พฤษภาคม 2562 เวลา 11.30 น.

“ประยุทธ์” ชูโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของพระเทพต่อที่ประชุมอาหารโลกสหประชาชาติ

People Unity News : “ประยุทธ์” กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยระบบอาหารโลก (Food Systems Summit 2021) ย้ำเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร พลิกโฉมระบบอาหารให้ยั่งยืน เป็นธรรม

24 กันยายน 2564 เวลา 03.15 น. (ซึ่งตรงกับวันที่ 23 กันยายน 2564 เวลา 16.15 น. ณ นครนิวยอร์ก) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยระบบอาหารโลก (Food Systems Summit 2021) ณ สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดย นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

ไทยในฐานะประเทศที่มีภาคเกษตรกรรมขนาดใหญ่ ตระหนักถึงความสำคัญของระบบอาหารต่อความอยู่รอดของทุกชีวิต โดยสถานการณ์โควิด-19 ช่วงที่ผ่านมาได้เผยให้เห็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความเปราะบางของระบบอาหาร ไทยจึงขอผลักดันให้ประชาคมโลกร่วมมือกันพลิกโฉมระบบอาหารให้ยั่งยืนและสมดุลในทุกมิติ สร้างความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

หนึ่งในโครงการที่สำเร็จด้านการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารและภาวะทุพโภชนาการในพื้นที่ทุรกันดาร คือ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากนี้ การพลิกโฉมระบบอาหารทั้ง 5 ด้าน ตามข้อเสนอของสหประชาชาติ สอดคล้องกับแนวทางของไทย นโยบายเกษตรและอาหาร “3S” ประกอบด้วย 1. ความปลอดภัยทางอาหาร (Safety) 2. ความมั่นคง (Security) และ 3. ความยั่งยืนของทรัพยากรและนิเวศการเกษตร (Sustainability)

ประเทศไทยอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อการพัฒนาอย่างสมดุล ยั่งยืนและครอบคลุม ตลอดจนให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ ผ่านการร่วมมือกับสหประชาชาติจัดตั้ง “วันดินโลก” และร่วมกับองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) มอบรางวัลให้แก่ ประเทศ องค์กร หรือบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาหรือจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคีเครือข่ายภายในและระหว่างประเทศ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบอาหารโลก นำไปสู่การพลิกโฉมระบบอาหารเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ FoodSystems4SDGs ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

อนึ่ง การเข้าร่วมการประชุมฯ ร่วมกับประมุขของรัฐ ผู้นำรัฐบาล และหัวหน้าคณะตัวแทนจากประเทศต่างๆ เป็นโอกาสให้ไทยที่ได้นำเสนอแนวคิดในการเปลี่ยนผ่านระบบอาหารให้มีความยั่งยืน เป็นธรรม และดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น ตั้งแต่การผลิตจนถึงการบริโภค และแสดงความมุ่งมั่นในการเป็น “ครัวของโลก ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ร่วมกับนานาประเทศขับเคลื่อนไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี ค.ศ.2030

Advertising

Verified by ExactMetrics