วันที่ 5 เมษายน 2025

ธ.ออมสินยกระดับอาหารริมทาง จัดแข่งขันพัฒนาอาหารริมทาง “สตรีทฟู้ด 4 มิติ”

People unity : แบงก์ออมสิน พัฒนาร้านอาหารริมทางเท้าทั่วไทย เปิดโครงการ GSB Street Food เปลี่ยนชีวิต (กล้าคิด ชีวิตเปลี่ยน) จัดแข่งขันแสดงความคิดสร้างสรรค์ในหัวข้อ “พัฒนาสตรีทฟู้ด 4 มิติ” ที่ต้องมีดีทั้งรสชาติ นวัตกรรม และหน้าตาอาหาร ชิงเงินรางวัลกล้าเริ่มกว่า 2 ล้านบาท พร้อมเชิญเชียร์และชมการแข่งขันผ่านรายการเรียลลิตี้สตรีทฟู้ด รายการแรกของไทยทางช่อง True4U 24  เปิดรับสมัคร 15 มี.ค.-15 เม.ย.62 นี้

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้ก้าวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพัฒนายกระดับอาชีพต่างๆ รวมถึงการค้าขายริมทางเท้า หรือ สตรีทฟู้ด ที่มีการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี ตลอดจนสาธารณสุข เข้ามาช่วยยกมาตรฐานทั้งความอร่อย ความสะอาด ถูกสุขอนามัย โดยที่ธนาคารออมสินได้เป็นแหล่งทุนสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดมานานกว่า 16 ปี ผ่านโครงการธนาคารประชาชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับกลุ่มผู้ประกอบการนี้มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ ธนาคารออมสินเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้กลุ่มผู้ประกอบการสตรีทฟู้ด ด้วยโครงการ GSB Street Food เปลี่ยนชีวิต (กล้าคิด ชีวิตเปลี่ยน) ด้วยการจัดประกวดร้านค้าริมทางเท้า เปิดโอกาสแสดงความคิดเพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับธุรกิจร่วมแข่งขันภายใต้หัวข้อ “พัฒนาสตรีทฟู้ด 4 มิติ” หรือ “4 D Street Food Upgrade” โดยเปิดรับสมัครทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม ถึงวันที่ 15 เมษายน 2562 นี้

หัวข้อ “พัฒนาสตรีทฟู้ด 4 มิติ” หรือ “4 D Street Food Upgrade” ประกอบด้วย 1.D Food ด้านอาหาร ที่นอกเหนือจากส่วนผสม วัตถุดิบ ที่นำมาปรุงให้มีรสชาติที่ดีเลิศ รวมถึงกระบวนการปรุงที่ดีด้วยแล้ว จะต้องปรับปรุงอาหารให้มีมิติใหม่ 2.D Innovation ด้านนวัตกรรม นำนวัตกรรมดีๆ ทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยปรับปรุงอาหารให้น่าสนใจ 3.D Design การออกแบบ การใช้ความคิดสร้างสรรค์อาหาร และ 4.D Marketing ด้านการตลาด ต้อมมีมุมมองด้านการตลาดใหม่ๆ ซึ่งการแข่งขันนี้จะมีการนำเสนอภาพการแข่งขันในรายการเรียลลิตี้สตรีทฟู้ด ซึ่งถือเป็นรายการเรียลลิตี้สตรีทฟู้ดรายการแรกของไทย ผ่านสถานีโทรทัศน์ ช่อง True4U 24 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 12.30-13.30 น.

สำหรับผู้สมัครเข้าร่วมโครงการต้องมีสัญชาติไทย มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ และประกอบอาชีพค้าขายอาหารสตรีทฟู้ดเป็นอาชีพหลัก ทั้งอาหารหรือเครื่องดื่มที่พร้อมบริโภค โดยจำหน่ายริมทางเท้า หรือที่สาธารณะ ทั้งร้านตึกแถว ซุ้มขายอาหาร รถเข็นอาหาร หาบเร่ รถเร่ หรือรถบรรทุกอาหาร โดยมีเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท โดยผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ทางเฟซบุ๊กโครงการ www.facebook.com/gsbstreetfoodtv

“มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสตรีทฟู้ด ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการธุรกิจสตรีทฟู้ดมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับธนาคารออมสินซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจนี้ โดยมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนในหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ผู้ประกอบการธุรกิจสตรีทฟู้ดมาแล้วทั่วประเทศ และครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐหลักที่สำคัญ ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันอาหาร และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในที่สุด

เศรษฐกิจ : ธ.ออมสินยกระดับอาหารริมทาง จัดแข่งขันพัฒนาอาหารริมทาง “สตรีทฟู้ด 4 มิติ”

People unity : post 5 มีนาคม 2562 เวลา 20.40 น.

ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงเชิญชวนนักธุรกิจฮ่องกงร่วมลงทุนใน EEC

People unity : ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเชื่อมั่นในศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย พร้อมเชิญชวนนักธุรกิจฮ่องกงร่วมลงทุนในโครงการ EEC

เมื่อวานนี้ (28 ก.พ.2562) เวลา 11.30 น. นางแคร์รี หล่ำ (Carrie Lam) ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงเดินทางมาเยือนไทยเพื่อร่วมพิธีเปิดสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง (Hong Kong Economic and Trade Office: HKETO) ประจำประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งสองฝ่ายยินดีที่มูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีได้เชิญบริษัทฮ่องกงมาร่วมลงทุนในโครงการ EEC ซึ่งสามารถเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ (Greater Bay Area – GBA) ได้แก่ กวางตุ้ง – ฮ่องกง – มาเก๊า รวมถึงอนุภูมิภาค ACMECS ด้วย นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่าไทยในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ยินดีผลักดันความร่วมมือระหว่างอาเซียนและฮ่องกงในมิติต่างๆ

ด้านดิจิทัล ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความก้าวหน้าของโครงการเคเบิลใต้น้ำของไทยสู่ฮ่องกง เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาค (ASEAN Digital Hub) รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)

ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงพร้อมเชิญชวนนักธุรกิจฮ่องกงมาลงทุนในไทยมากขึ้น และกล่าวว่า ฮ่องกงถือเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยมีมูลค่าเป็นอันดับ 3 จึงพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีการเงินให้แก่ไทยซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานทางการเงินและการธนาคารของไทยและภูมิภาค สำหรับด้านการศึกษา ฮ่องกงยินดีส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาให้แก่ไทยโดยเฉพาะวิทยาการในสาขาที่ฮ่องกงมีความก้าวหน้า โดยปัจจุบันมีโครงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านวิชาการระหว่างกัน และมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในระดับปริญญาตรีด้วย

อนึ่ง ก่อนหน้าจะเข้าพบนายกรัฐมนตรี นางแคร์รี หล่ำ (Carrie Lam) ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้เข้าพบและหารือกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มาแล้ว

เศรษฐกิจ : ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงเชิญชวนนักธุรกิจฮ่องกงร่วมลงทุนใน EEC

People unity : post 1 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น.

กบข.จับมือแบงก์กรุงไทย เปิดให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยแก่สมาชิก กบข. ดอกเบี้ยถูกที่สุดในระบบ

People unity : กบข. ร่วมกับธนาคารกรุงไทย เปิดให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยธนาคารกรุงไทยเพื่อสมาชิก กบข. เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับสมาชิก กบข. อัตราดอกเบี้ยถูกที่สุดในระบบ

นายวิทัย รัตนากร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. ร่วมกับธนาคารกรุงไทย เปิดให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยธนาคารกรุงไทยเพื่อสมาชิก กบข. เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับสมาชิก กบข. ที่ต้องการซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ปรับปรุง ต่อเติม หรือไถ่ถอนจำนองที่อยู่อาศัยเดิมจากสถาบันการเงินอื่น

จุดเด่นของสินเชื่อดังกล่าว คือ ให้อัตราดอกเบี้ยถูกที่สุดในระบบคือ 0% ในปีแรก อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่  2.88% ต่อปี ให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100% ของราคาประเมิน หรือ ราคาซื้อขายจริง ผู้ขอกู้ต้องเป็นสมาชิก กบข. และเป็นลูกค้าสินเชื่อรายใหม่ของธนาคารกรุงไทยเท่านั้น

นายวิทัยกล่าวว่า โครงการนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากสมาชิก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยถูกที่สุดในระบบ ช่วยให้สมาชิกสามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสิทธิพิเศษนี้มอบให้สำหรับสมาชิก กบข. เท่านั้น ผู้ที่สนใจควรรีบสมัครใช้สิทธิเพราะโครงการจะหมดเขตวันที่ 30 เมษายนนี้แล้ว

สมาชิก กบข. สามารถสมัครใช้สิทธิได้ที่ My GPF Application กดเมนูสิทธิพิเศษ แล้วเลือกแบนเนอร์สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสมาชิก กบข. เมื่อกดใช้สิทธิจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับภายใน 1 – 2 วันทำการ หรือ สมัครใช้บริการได้ที่ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ โทรสอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center ธนาคารกรุงไทย 0-2111-1111 หรือศึกษาข้อมูลโครงการเพื่อเตรียมเอกสารประกอบการสมัครได้ที่เว็บ กบข. เมนูสวัสดิการลดรายจ่าย เลือกหัวข้อ สินเชื่อกรุงไทยเพื่อสมาชิก กบข.

เศรษฐกิจ : กบข.จับมือแบงก์กรุงไทย เปิดให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยแก่สมาชิก กบข. ดอกเบี้ยถูกที่สุดในระบบ

People unity : post 27 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 14.30 น.

คิกออฟ “บสย.รักพี่วิน” ให้กู้มอไซค์รับจ้างซื้อรถใหม่ 1 แสน ซ่อมรถ-ใช้หนี้นอกระบบ 5 หมื่น

People unity : กระแสตอบรับดี คิกออฟโครงการ “บสย. รักพี่วิน” ตอบโจทย์ “เติมทุน” กลุ่มอาชีพอิสระ ซื้อรถใหม่ ซ่อมรถ กู้ฉุกเฉิน ปลดหนี้นอกระบบ ชูกลไกรัฐ “ค้ำประกันสินเชื่อ” นำร่องมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ตั้งเป้า 10,000 ราย มั่นใจสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 4,580 ล้านบาท ลดปัญหาหนี้นอกระบบกว่า 100 ล้านบาท กู้ซื้อรถใหม่ อนุมัติไม่เกิน 100,000 บาท กู้ซ่อมแซมรถ กู้ฉุกเฉิน แก้หนี้นอกระบบ อนุมัติไม่เกิน 50,000 บาท

นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานกรรมการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นประธานเปิดโครงการ “บสย. รักพี่วิน” ในวันนี้ (21 ก.พ.2562) โดยกล่าวว่า โครงการ บสย.รักพี่วิน ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมให้การช่วยเหลือกลุ่มอาชีพอิสระ พี่วิน หรือกลุ่มผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้เข้าถึงแหล่งทุน  โดยมี บสย.หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง  “ค้ำประกันสินเชื่อ” มั่นใจว่าเป็นโครงการที่สร้างประโยชน์ทางตรงกับกลุ่มพี่วิน ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศกว่า 200,000 ราย

“โครงการ บสย.รักพี่วิน เป็นโครงการที่สนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ สร้างโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน “เติมทุน” ให้ผู้ประกอบการ มั่นใจว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 4,580 ล้านบาท และช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบได้ 100 ล้านบาท จากการดำเนินโครงการนี้ ซึ่งตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการ พี่วิน 10,000 ราย”

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย.  เปิดเผยว่า โครงการนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ตามยุทธศาสตร์ชาติในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน ซึ่งภาครัฐมีนโยบายอย่างต่อเนื่องในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากระบบสถาบันการเงินได้มากขึ้น ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย.เพื่อช่วยให้กลุ่มอาชีพอิสระ ซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้ไม่แน่นอน ไม่มีการเดินบัญชี ทำให้ธนาคารไม่สามารถพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ได้

โครงการนี้จะเริ่มจากกลุ่มพี่วิน โดยการช่วย “เติมทุน” ผ่านธนาคารพันธมิตร ซึ่งในวันนี้ได้มาร่วมเปิดบูธให้คำปรึกษาภายในงาน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) รวมถึงองค์กรพันธมิตรอื่นๆ ได้แก่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ให้บริการตรวจเครดิตบูโร ฟรี, กรมการขนส่งทางบก, กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และสำนักงานประกันสังคม

โครงการ บสย. รักพี่วิน ตั้งเป้าสนับสนุนค้ำประกันสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อ 10,000 ราย  เฉลี่ยรายละ 100,000 บาท แบ่งเป็น 1. กู้ซื้อรถใหม่ อนุมัติไม่เกิน 100,000 บาท  2. กู้ซ่อมแซมรถ กู้ฉุกเฉิน แก้หนี้นอกระบบ อนุมัติวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งจะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 4,580 ล้านบาท  และช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบได้ 100 ล้านบาท (จากผลการสำรวจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าผู้ขับขี่มีการกู้เงินนอกระบบ 10%)

“โครงการนี้จะช่วยให้ พี่วิน ประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากโครงการนี้ ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการจะคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 28% ต่อปี เช่น ถ้ากู้เงินจำนวน  50,000 บาท ผ่อน  4 ปี เพื่อซื้อมอเตอร์ไซค์จากร้านค้าทั่วไป  ต้องผ่อนเดือนละ 2,500 บาท หากกู้ผ่านโครงการรักพี่วิน จะผ่อนเดือนละ 1,500 บาท สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายเดือนละ 1,000 บาท หรือประหยัดได้มากกว่า 40,000 บาท ในระยะเวลาการผ่อน 4 ปี”

ดร.รักษ์ กล่าวว่า โครงการ บสย. รักพี่วิน  ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มพี่วิน หลังจาก บสย.ได้ระดมทีมงานลงพื้นที่พบพี่วินทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ จึงมั่นใจว่าจะเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง หลังจากนี้ บสย.ยังได้เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการกลุ่มอาชีพอิสระสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากที่สุด

สำหรับคุณสมบัติของผู้ประกอบการอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะต้องเป็นผู้ที่ลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก โดยมีบัตรประจำตัวประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์สาธารณะ (บัตรเหลือง) และมีสินทรัพย์ถาวรไม่เกิน  5  ล้านบาท โดย บสย. ได้เปิดช่องทางการสื่อสารหลากหลายสำหรับพี่วิน นอกเหนือจากสำนักงานเขต บสย. 11 แห่งทั่วประเทศ Call Center 0-2890-9999 และเฟสบุ๊ก บสย. ยังได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่าน Line @tcgloveswin เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น

คิกออฟ “บสย.รักพี่วิน” ให้กู้มอไซค์รับจ้างซื้อรถใหม่ 1 แสน ซ่อมรถ-ใช้หนี้นอกระบบ 5 หมื่น

People unity : post 21 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 20.50 น.

นายกฯขอให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเป็นแบบอินทรีย์ ปลอดสารพิษ

People unity : นายกรัฐมนตรี ขอให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเป็นแบบอินทรีย์ ปลอดสารพิษ ทำมาตรฐาน GAP ปรับตัวเรียนรู้การค้าขายด้วยระบบออนไลน์ เพิ่มยอดขายสินค้า

วันนี้ (9 มกราคม 2662) เวลา 15.50 น. นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ฯ โดยใส่ชุดเสื้อม่อฮ่อม ขึ้นรถไถนา (รถอีแต๊ก) เพื่อไปเกี่ยวข้าวร่วมกับเกษตรกรเขตหนองจอกและผู้บริหารกรุงเทพมหานคร

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การต้อนรับ และกล่าวเพิ่มเติมว่า มีความยินดีที่ได้มาตรวจพื้นที่กรุงเทพฯด้านตะวันออก และได้มาพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในเขตหนอกจอก ซึ่งถือเป็นเขตที่มีพื้นที่มากที่สุดของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นพื้นที่สีเขียวที่เป็นท้องทุ่งนาเกษตรกรรม ซึ่งพี่น้องประชาชนยังคงรักษาวิถีชีวิตเกษตรกรรมได้เป็นอย่างดี เป็นเอกลักษณ์ที่มีความแตกต่างจากเขตอื่นๆในกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ การทำนามีความสำคัญต่อชุมชนในเขตหนองจอก รวมทั้งกรุงเทพฯ เป็นฐานการผลิตและเศรษฐกิจหลัก ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญแก่พื้นที่เกษตรกรรมและอนุรักษ์พื้นที่เกษตรกรรมเอาไว้ นอกจากนี้ ยังมีแหล่งน้ำทางธรรมชาติ คูคลอง หนาแน่น เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตชลประทาน เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำเกษตรกรรม ตลอดจนเป็นช่องระบายน้ำในช่วงฤดูฝนและเป็นพื้นที่รับน้ำ บรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ประชาชนต้องเรียนรู้ระบบการค้า ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชแบบอินทรีย์ ปลอดสารพิษ ทำมาตรฐาน GAP จะทำให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น แต่ต้องหาวิธีลดต้นทุนด้วย และต้องปรับตัวเรียนรู้การค้าขายด้วยระบบออนไลน์ จากนั้นได้เกี่ยวข้าวในที่นาของนางยวงเว้ บ้านแพ้ว ซึ่งเป็นเจ้าของแปลงนาเนื้อที่ 15 ไร่ พันธุ์ข้าว กข 51 โดยได้ปลูกเมื่อ 15 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา

เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำแขวง ประกอบด้วย แขวงคู้ฝั่งเหนือ แขวงกระทุ่มราย แขวงโคกแฝด แขวงหนองจอก แขวงโคกแฝด แขวงคลองสิบสอง และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน สำหรับการตั้งราคาข้าว การประกันราคารัฐบาลกำหนดจากค่าเฉลี่ยซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ต่อจากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมชมกระบวนการสีข้าวของโรงสีชุมชน การบรรจุใส่ถุง เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มว่า เราจะต้องร่วมมือพัฒนาให้เขตพื้นที่ เป็นเขตเกษตรกรรมที่มีการผสมผสานระหว่างการทำเกษตรกรรม โดยใช้วิถีชีวิต และภูมิปัญญาแบบดั้งเดิมร่วมกับการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัยกับการพัฒนาประสิทธิภาพด้านการผลิต รวมทั้งเพิ่มมูลค่าและปริมาณของผลผลิตทางการเกษตร โดยการพัฒนามุ่งเน้นในด้านกสิกรรม เสริมด้วยการทำเกษตรแบบผสมผสาน

เศรษฐกิจ : นายกฯขอให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเป็นแบบอินทรีย์ ปลอดสารพิษ

People unity : post post 9 มกราคม 2562 เวลา 22.40 น.

“บิ๊กตู่” ยินดีอียูปลดใบเหลืองประมงไอยูยูไทย ชี้ประมงไทยจะดีขึ้น

People unity : พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีที่สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศปลดใบเหลืองการทำประมงไอยูยู หรือการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ของไทย ซึ่งถือเป็นเพียงประเทศเดียวที่ได้รับการพิจารณาในครั้งนี้ นับว่าเป็นข่าวดีอย่างมาก

“ขอบคุณอียูที่เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาการทำประมงไอยูยู นับตั้งแต่ที่ประเทศไทยได้ใบเหลืองเมื่อเดือนเมษายน 2558 ที่สำคัญต้องยกความดีให้ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ทั้งชาวประมง ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ ที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันเสียสละ อดทน และทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและปฏิบัติตามหลักสากล”

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ผู้ประกอบการประมงและชาวประมงพื้นบ้านคงเห็นถึงประโยชน์ที่ทุกคนได้ลงแรงกันมา และนับจากนี้สถานการณ์ประมงของไทยจะดีขึ้น ค้าขายได้มากขึ้น เพราะนานาประเทศมีความเชื่อมั่น ส่วนรัฐบาลยืนยันว่าจะยกระดับมาตรฐานการประมงไทยทุกด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ไทยบรรลุการเป็นประเทศปลอดประมงไอยูยู หรือไอยูยูฟรี อย่างสมบูรณ์ต่อไป

เศรษฐกิจ : “บิ๊กตู่” ยินดีอียูปลดใบเหลืองประมงไอยูยูไทย ชี้ประมงไทยจะดีขึ้น

People unity : post post 9 มกราคม 2562 เวลา 10.00 น.

สรรพากรชี้แจงช็อปช่วยชาติมิได้เอื้อนายทุนเจ้าของห้างสรรพสินค้า

People unity news online : กรมสรรพากรชี้แจงการออกมาตรการช็อปช่วยชาติ ตามที่ปรากฏคำวิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการช็อปช่วยชาติว่า เป็นการช่วยนายทุนเจ้าของห้างสรรพสินค้ามากกว่าช่วยประชาชนและควรนำงบประมาณไปช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและชาวบ้านระดับรากหญ้ามากกว่านั้น

กรมสรรพากรขอเรียน ดังนี้

1.มาตรการช็อปช่วยชาติหรือมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม

2.นอกจากนั้น การกำหนดประเภทสินค้า 3 ประเภทยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากราคาผลผลิตตกต่ำ การพัฒนาทุนมนุษย์ และการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนโดยตรง จึงคุ้มค่าที่จะดำเนินการ ดังเห็นได้จากแนวทางการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อสินค้าแต่ละประเภทซึ่งกำหนดไว้ดังนี้

2.1 สินค้าประเภทยางล้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานได้กำหนดว่า วัตถุดิบต้องมาจากยางที่การยางแห่งประเทศไทยรวบรวมหรือรับซื้อจากเกษตรกรชาวสวนยาง จึงจะช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มขึ้น

2.2 สินค้าประเภทหนังสือและ e-Book เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์และเป็นไปตามที่กรมสรรพากรได้เคยหารือกับกระทรวงวัฒนธรรม โดยจะช่วยยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศผ่านการอ่าน

2.3 สินค้า OTOP ได้กำหนดให้ซื้อจากผู้ที่ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน แต่จะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ก็ได้ จึงมิได้จำกัดอยู่แค่ห้างสรรพสินค้า แต่จะช่วยกระจายรายได้ไปยังชุมชนต่างๆอย่างทั่วถึง

People unity news online : post 2 ธันวาคม 2561 เวลา 20.44 น.

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะชี้แจงการกู้เงินจากจีนทำรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-หนองคาย

People unity news online : สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะชี้แจง ข้อวิจารณ์การเปิดรับการลงทุนและการกู้เงินจากจีน

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ชี้แจงประเด็นข้อวิจารณ์การเปิดรับการลงทุนและการกู้เงินจากจีน ตามที่ เดอะสเตรตไทม์ส สื่อของประเทศสิงคโปร์ รายงานอ้างอิงบทบรรณาธิการของเดอะเนชั่น ซึ่งกล่าวถึงกรณีรัฐบาลเปิดรับการลงทุนและการกู้ยืมเงินจากจีน ภายใต้การผลักดันของรัฐบาลจีนในโครงการเส้นทางสายไหม หรือ Belt and Road โดยมีประเด็นกังวลว่าประเทศไทยจะซ้ำรอยกับประเทศอื่นๆ ที่เคยรับความช่วยเหลือและพึ่งพาจีน ในการกู้ยืมเงินจากจีนกลายเป็นภาระหนี้สินจำนวนมาก เพราะอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมของจีนนั้นสูงกว่าการกู้ยืมจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศนั้น มีข้อเท็จจริงดังนี้

การดำเนินโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพ-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา) เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือเรียกได้ว่า เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล (Government to Government : G to G) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟและการคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยรัฐบาลจีนจะสนับสนุนด้านการศึกษาโครงการ  การถ่ายทอดเทคโนโลยี และเป็นผู้รับจ้างในการก่อสร้าง ส่วนรัฐบาลไทยจะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งโครงการ และใช้แหล่งที่มาของเงินลงทุนโครงการจากงบประมาณและเงินกู้ภายในประเทศเป็นหลัก การกู้เงินจากรัฐบาลจีนจึงเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งของแหล่งเงินเท่านั้น

ในส่วนของการกู้เงินจากรัฐบาลจีน ปัจจุบันยังไม่มีการตกลงและผูกพันสัญญาใดๆ และยังคงอยู่ระหว่างการเจรจาร่างสัญญาเงินกู้และเงื่อนไขเงินกู้ของรัฐบาลจีน ซึ่งในการเจรจาได้มีการระบุไว้ชัดเจนในกรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และมีการบันทึกผลการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีนว่า รัฐบาลไทยจะกู้เงินจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน หากมีเงื่อนไขเงินกู้ที่ดีกว่าหรือมีต้นทุนที่ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งเงินกู้อื่น ซึ่งกระทรวงการคลังจะพิจารณาเงื่อนไขเงินกู้เปรียบเทียบกับต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาลที่กู้จากแหล่งเงินในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงแหล่งเงินกู้ทางการอื่นๆด้วย

People unity news online : post 15 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11.40 น.

พาณิชย์เตรียมนำรูปแบบ “เถาเป่าวิลเลจโมเดล” มาใช้ในไทยเพื่อลดจำนวนคนจน

People unity news online : พาณิชย์เตรียมจัดทีมศึกษารูปแบบ “เถาเป่าวิลเลจโมเดล” ก่อนนำปรับใช้กับไทย

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2561 ตนจะนำคณะภาครัฐ ซึ่งประกอบด้วยกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางไปหารือกับผู้บริหารของอาลีบาบาที่ดูแลโครงการ “เถาเป่าวิลเลจ” ซึ่งเป็นโครงการที่อาลีบาบาช่วยเหลือให้คนยากคนจนที่อยู่ในชนบทให้สามารถขายสินค้าได้ และสามารถช่วยแก้ปัญหาความยากจนให้กับคนจีนได้สำเร็จ

“เรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจนในจีน ธนาคารโลกยังยอมรับว่าการใช้ระบบดิจิทัล การค้าขายออนไลน์ ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนได้จริง โดยลดจำนวนผู้ยากจนจากที่มีอยู่ 30% ของประชากร ลดลงเหลือแค่ 8% ในปัจจุบัน ผมจึงได้หารือกับแจ็คหม่าว่าสนใจโมเดลนี้ และอยากได้รายละเอียดการทำโครงการมาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาความยากจนในไทย โดยผมบอกกับแจ็คหม่าว่าเรื่องคนจน ผมไม่ยอม ซึ่งเท่าที่พูดคุยกันเคมีผมกับแจ็คหม่าถือว่าตรงกันในเรื่องนี้ และเขาก็พร้อมที่จะสนับสนุน โดยได้มอบหมายให้ผู้ที่ดูแลโครงการไปพูดคุยในรายละเอียดต่อ ผมจึงต้องเดินทางไป” นายสนธิรัตน์กล่าว

ทั้งนี้ หลังจากไปหารือรายละเอียดการขับเคลื่อนโครงการเถาเป่าวิลเลจแล้ว จะนำรายละเอียดต่างๆ มาปรับใช้กับการแก้ไขปัญหาความยากจนในไทย โดยจะมีความชัดเจนว่าจะเริ่มที่จังหวัดไหน สินค้าอะไร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องดำเนินการอะไรบ้าง โดยมีกระทรวงพาณิชย์เป็นแกนในการขับเคลื่อนหลัก เพราะที่ผ่านมา มีหลายๆหน่วยงานทำ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะผลักดันให้สำเร็จให้ได้

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังได้หารือกับผู้บริหารเหอหม่า ซึ่งเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของอาลีบาบาที่จำหน่ายสินค้าสด เช่น ผัก ผลไม้ อาหารทะเล ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าเพื่อรับประทานที่ร้าน หรือซื้อแล้วให้จัดส่งไปที่บ้านก็ได้ โดยจุดเด่นของเหอหม่า คือ ขายสินค้าสด ที่มีต้นทุนถูกกว่าราคาจำหน่ายในท้องตลาด โดยกระทรวงฯจะร่วมมือในการจัดส่งสินค้าสดให้กับเหอหม่า เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภคชาวจีน

“ตอนนี้กำลังคุยกันในรายละเอียดว่าเหอหม่าต้องการสินค้าอะไร ปริมาณเท่าไร คุณภาพ มาตรฐานแบบไหน ราคาเป็นยังไง ซึ่งหากได้ข้อสรุป จะสร้างโอกาสในการส่งออกสินค้าอาหารสดของไทยไปจีนได้อีกมาก”

นอกจากนี้ ยังได้หารือกับอาลีบาบาในการเพิ่มจำนวนสินค้าไทยเข้าไปจำหน่ายใน Tmall ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายสินค้าข้าว ทุเรียน และลำไยไปแล้ว โดยขณะนี้ กำลังอยู่ระหว่างการคัดเลือกสินค้าเข้าไปจำหน่ายเพิ่มขึ้น

People unity news online : post 12 พฤศจิกายน 2561 เวลา 23.30 น.

“สนธิรัตน์” สนใจนำเครือข่ายโลจิสติกส์อัจฉริยะของไช่เหนี่ยวเน็ตเวิร์คเชื่อมโยงโลจิสติกส์ไทย

People unity news online : สนธิรัตน์ นำผู้บริหารเข้าดูงานไช่เหนี่ยวเน็ตเวิร์ค ดูการจัดการสต็อคสินค้าที่ทันสมัยที่สุดในเครือกลุ่มอาลีบาบา เผยเตรียมเชิญผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยหารือ

6 พฤศจิกายน 2561 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการนำคณะซึ่งพร้อมด้วย นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมกิจการไช่เหนี่ยวเน็ตเวิร์ค (Cainigo Network) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ภายใต้อาลีบาบากรุ๊ป ว่า การเยี่ยมชมศูนย์กลางโลจิสติกส์ครั้งนี้มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะเรื่องของระบบการจัดการล้ำยุคที่ไช่เหนี่ยวเน็ตเวิร์ค นำมาใช้ เช่น ระบบ AI ระบบ Edge Computing อีกทั้งการลดลงต้นทุนโดยนำโรบอท AGV (Automatic Guided Vehicles) เข้ามาใช้งานด้วย

สำหรับ โรบอทที่นำมาใช้กว่า 500 ตัว ทำหน้าที่ในการหยิบและแพ็คสินค้า ช่วยลดขั้นตอนการทำงานของพนักงานได้ถึง 50,000 ขั้นตอนต่อคนต่อวัน นอกจากนี้ ภายในคลังสินค้ายังใช้เซนเซอร์อินฟราเรด ที่สามารถระบุความสูงของกองสินค้าคงคลัง และใช้กล้องคำนวณความสามารถในการบรรจุของคลังแบบเรียลไทม์ ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว ปัจจุบัน ไช่เหนี่ยวสามารถให้บริการส่งสินค้าไปยัง 30 เมืองในต่างประเทศครอบคลุมทุกภูมิภาคได้ภายใน 5 วัน โดยมีเป้าหมายจะให้บริการส่งสินค้าไปยังทุกพื้นที่ในโลกภายใน 72 ชั่วโมง ภายใน 3 ปี

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าระบบที่ไช่เหนี่ยวเน็ตเวิร์คนำมาใช้ในระบบโลจิสติกส์ขนส่งสินค้าที่มีการสั่งซื้อผ่านการค้าอีคอมเมิร์ซของอาลีบาบาเอง ที่จะคอยให้บริการลูกค้านั้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และน่าสนใจที่จะทำอย่างไรให้โลจิสติกส์ไทยจะเป็นส่วนหนึ่งในซัพพลายเชนให้กับไช่เหนี่ยวเน็ตเวิร์คได้ อีกทั้งประโยชน์ที่ไทยจะได้เรียนรู้ระบบการจัดการโรบอท ที่จะนำมาปรับปรุงการจัดการขนส่งสินค้าของไทย เพราะมองว่าเป็นเรื่องยากที่เราจะเข้าแข่งขัน แต่หากสร้างพาร์ทเนอร์จะเป็นการดีมากกว่า

ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมหารือและเชิญผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยเข้ามาหารือเกี่ยวกับการสร้างความเชื่อมโยงกับไช่เหนี่ยวเน็ตเวิร์คจะดำเนินการเชื่อมโยงได้อย่างไรบ้าง เพราะกิจการโลจิสติกส์จำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายอย่างไร มีเป้าหมายที่ต้องการยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง หรือฮับโลจิสติกส์อัจฉริยะในภูมิภาค ซึ่งแนวโน้มการค้าโลกที่มุ่งสู่ยุค E-Commerce อย่างเต็มรูปแบบ ไทยก็คงหนีไม่พ้นจึงต้องเตรียมความพร้อมและต้องพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์อัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพสูงไว้รองรับ

People unity news online : post 6 พฤศจิกายน 2561 เวลา 14.00 น.

Verified by ExactMetrics